จอห์นนี เดปป์ หลอน นอนตายตรงจุดเดียวกับที่ จอห์น ดิลลินเจอร์

Public Enemies

Johnny Depp



จอห์นนี เดปป์ หลอน นอนตายตรงจุดเดียวกับที่โจรตัวจริงถูกยิง เรื่องจริงของจอมโจรชื่อก้อง Public Enemies วีรบุรุษปล้นสะท้านเมือง 23 กรกฎาคม นี้  (ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส)

          วันพรุ่งนี้  22 กรกฎาคม จะเป็นวันครบรอบการตายของจอมโจรที่มีคนยกย่อง วีรกรรมของเขาจะเป็นอย่างไร ผู้กำกับยอดฝีมือไมเคิล มานน์ ได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การชม ด้วยการนำแสดงของดารายอดฝีมือ จอห์นนี เดปป์ คริสเตียน เบล และ มาริยง โกติยาร์ด 

          ดาราชายชื่อดัง จอห์นนี เดปป์ ที่โด่งดังจากบทโจรสลัด มารับบทเป็นบุคคลจริงที่มีตัวตนและเป็นตำนานของจอมโจรชื่อกระฉ่อนในยุค 30 เรื่องราวของจอห์น ดิลลินเจอร์ ที่ถูกหมายหัวเป็นอาชญากรหมายเลขหนึ่งของ FBI ด้วยการปล้นธนาคารในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ แต่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไปเนื่องจากความเก่งกาจในการหลบหนี และการไม่ข่มเหงชาวบ้านที่ยากจนทั่วไป

          ผู้กำกับไมเคิล มานน์ ผู้มีผลงานในระดับยอดเยี่ยมอย่าง Heat, Collateral และ Miami Vice ได้ถ่ายทำเรื่องราวของวีรบุรุษจอมโจรนี้อย่างพิถีพิถัน เขาเลือกใช้โลเคชั่นจริงที่ยังเหลืออยู่ในยุค 30 นั้น เป็นสถานที่ถ่ายทำจริง ทั้งคุกที่จองจำดิลลินเจอร์ โรงแรมที่กบดาน ธนาคารที่บุกไปปล้น รวมถึงสถานที่ที่จบชีวิตของจอมโจรเลื่องชื่อผู้นี้ 

          จอห์นนี เดปป์ เผยความรู้สึกกับการมารับบทบาทเด่นนี้ว่า เขารู้สึกดีใจที่ได้รับบทที่สำคัญเช่นนี้ ชีวิตของดิลลินเจอร์ ก็มีบางส่วนที่เหมือนกับเขา คือมีความเป็นอิสระ เชื่อในสิ่งที่ตัวเองทำ เขาชื่นชมผู้กำกับอย่างไมเคิล มานน์ที่ใส่ใจในรายละเอียดของงานสร้าง การเลือกโลเคชั่นจริงๆ มาใช้ในการถ่ายทำนั้น ช่วยสร้างบรรยากาศให้สมจริง และทำให้เขารู้สึกอินกับบทบาทนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนที่ผู้กำกับบอกกับเขาว่า ตรงจุดนั้นคือจุดเดียวกับที่ดิลลินเจอร์ตัวจริงจบชีวิตลง ผมถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว 

          ติดตามชมเรื่องราวจอมโจรที่ถูกหยิบยกมาเป็นแรงบันดาลใจในการนำมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นทริลเลอร์ ที่จะพาเราย้อนกลับไปดูวีรกรรมสร้างชื่อของจอมโจรดิลลินเจอร์ ซึ่งก็จะเข้าฉายในช่วงเวลาแห่งการครบรอบการเสียชีวิตของจอมโจรตัวจริง

          Public Enemies วีรบุรุษปล้นสะท้านเมือง 23 กรกฎาคมนี้ในโรงภาพยนตร์



John Dillinger

จอห์น ดิลลินเจอร์

John Dillinger

ภาพข่าวของดิลลินเจอร์

 

The image “//haadmin.kapook.com//img.kapook.com/image/icon/cs_icon/comment.gif” cannot be displayed, because it contains errors.  เกร็ดชีวิตจริงของ วีรบุรุษจอมโจร

          ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลกอย่างนี้ และวันเวลาได้ผ่านเข้ามาถึงเดือนกรกฎาคม ทำให้นึกถึงคนคนหนึ่งที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นวีรบุรุษในห้วงเวลาวิกฤติเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในช่วงทศวรรษที่ 30 ชื่อของเขาคือ จอห์น ดิลลินเจอร์ บุรุษผู้ที่คนรักใคร่ และให้เกียรติ จนมีการยกวันที่เขาเสียชีวิต เป็นวันจอห์น ดิลลินเจอร์ (John Dillinger Day) ในวันที่ 22 กรกฎาคมของทุกปี ซึ่งบรรดาแฟนคลับจะไปรวมตัวกัน ณ โรงภาพยนตร์ไบโอกราฟ ย่านลินคอร์น ปาร์ค ชิคาโก เพื่อเดินไปบนเส้นทางที่เขาเคยวิ่งหลบกระสุน ก่อนจะลาโลกไป

          เป็นเรื่องน่าแปลกที่ผู้คนชื่นชอบจอห์น ดิลลินเจอร์เพราะโดยเนื้อแท้แล้ว เขาไม่ใช่คนที่สร้างประโยชน์ใดๆ ให้สังคม ตรงกันข้าม เขาเป็นจอมวายร้าย เป็นโจรที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง ในฐานะผู้นำแก๊งค์ปล้นธนาคารหลายแห่ง ปล้นอาวุธของทางการ สังหารผู้คน และเป็นเซียนแห่งการแหกคุก แต่ประชาชนก็รักใคร่เขา เพราะในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำจนผู้คนเดือดร้อน และไร้ความหวังไปทุกหย่อมหญ้า พวกนายธนาคาร และชนชั้นสูงของสังคมเป็นพวกที่ถูกมองยังมีความเป็นอยู่อู้ฟู่ และคงความร่ำรวยเสมอ บนซากปรักหักพังของเศรษฐกิจ ดังนั้น จอมโจรผู้เข้ามาสร้างความฮือฮาด้วยการปล้นธนาคาร จึงกลายเป็นวีรบุรุษ จนได้ฉายาว่าเป็นโรบินฮู้ดยุคใหม่


John Dillinger

ป้ายประกาศจับดิลลินเจอร์ ซึ่งในช่วงหลังๆ ค่าหัวเขาสูงกว่านี้อีกมาก



          ดิลลินเจอร์ เป็นชาวเมืองอินเดียนาโปลิส หลังจากลืมตามาดูโลกในวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 1903 ได้เพียง 3 ปี แม่ก็เสียชีวิต ทิ้งให้เด็กน้อยอยู่กับพ่อในร้านขายของชำ และแม่เลี้ยงคนใหม่ ที่เข้ากับลูกเลี้ยงไม่ได้ ดิลลินเจอร์จึงเติบโตมาแบบเด็กมีปัญหา ไม่เล่าเรียนหนังสือ แถมยังเกเรเกตุง และเริ่มการลักเล็กขโมยน้อย แม้ครั้งหนึ่งเขาเคยพยายามเปลี่ยนชีวิตด้วยการไปสมัครเป็นนาวิกโยธิน แต่ก็อยู่ไม่รอด ต้องหนีกลับบ้าน

          แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่ว ประกอบกับการที่ไม่มีวุฒิการศึกษาเป็นชิ้นเป็นอัน พ่อหนุ่มดิลลินเจอร์หางานทำอะไรก็ไม่ได้ จนทำให้เขาตัดสินใจเข้าร่วมกับพวกแก๊งค์โจรในย่านอินเดียนาโปลิส เริ่มจากแก๊งค์ของเอ็ด ซิงเกอร์ตัน ที่พาดิลลินเจอร์ไปขโมยของในร้านค้า

          แต่การประพฤติตนเป็นโจรอย่างเต็มตัวครั้งแรกของดิลลินเจอร์ก็ไปไม่รอด คู่หูคู่ใหม่โดนจับได้ ซิงเกอร์ตันซึ่งสู้คดีอย่างแข็งขันได้รับการพิพากษาจำคุกเพียง 2 ปี ในขณะที่ดิลลินเจอร์ที่อุตส่าห์รับสารภาพตั้งแต่ต้นเจอเข้าไป 20 ปี แต่หลังจากอยู่ในซังเตนาน 8 ปีเศษ ก็ได้รับทัณฑ์บนให้ออกมาใช้ชีวิตภายนอกได้ตามปกติแต่นั่นก็เป็นการเปลี่ยนแปลงดิลลินเจอร์ไปตลอดกาล


John Dillinger

ดิลลินเจอร์กำลังถูกนำตัวมาพิจารณาคดีที่อินเดียน่า



          คุก..ทำให้หนุ่มอ่อนโลกกลายเป็นหนุ่มผู้แข็งแกร่ง รวมถึงการได้เพื่อนมากมายในนั้น ดิลลินเจอร์ทำความรู้จักกับโจรเก่งๆ หลายคน ดังนั้น เมื่อออกมาจากคุกได้ในกลางปี ค.ศ.1933 ก็นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการเป็นจอมโจรของดิลลินเจอร์ ที่หลังจากนั้นก็ปล้นดะ โดยมีธนาคารใหญ่ๆ เป็นเป้าหมายหลัก

          กลวิธีการปล้นของดิลลินเจอร์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาโด่งดัง เพราะจอมโจรมาดเนี้ยบคนนี้ไม่ค่อยธรรมดา เขาไม่ได้ใช้วิธีพกปืนไปปล้นอย่างโฉ่งฉ่าง แต่จะสุขุมกว่านั้น เช่น ปลอมตัวเป็นพนักงานขายระบบสัญญาณเตือนภัยเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ก่อนจะปล้นเงียบ

          หรือแม้แต่การปล้นแบบโฉ่งฉ่างของเขาก็ยังทำจนกลายเป็นตำนาน เพราะดิลลินเจอร์ผู้ฉลาดรอบคอบจะจัดทีมมาทำทีเป็นกองถ่ายภาพยนตร์ ที่กำลังถ่ายฉากปล้น ทำให้แม้จะมีผู้คนมากมายเห็นการปล้นธนาคาร แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร เพราะนึกไปว่าเป็นกองถ่ายหนัง ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเงินของธนาคารได้ถูกฉกชิงไปเสียแล้ว พอเรื่องมาแดงทีหลัง แทนที่กระแสมหาชนจะด่าว่าเขา กลับพร้อมใจกันปรบมือให้ในความคิดสร้างสรรค์ที่ทำลายนายแบงค์นี้

          อย่างไรก็ตาม ความสุขุม และฉลาดลึกของดิลลินเจอร์ก็ไม่ได้ช่วยให้รอดเสมอไป ตอนที่เข้าปล้นธนาคารในโอไฮโอ เมื่อ 22 กันยายน 1933 เขาก็ถูกจับจนได้ แต่ระหว่างที่ถูกจำขังอยู่ พรรคพวกจำนวนหนึ่งก็แหกคุกไปก่อน แล้วย้อนมาช่วยพาดิลลินเจอร์แหกคุกตามไปด้วย งานนี้สังเวยด้วยชีวิตนายอำเภอที่ถูกยิงดับไป 1 ศพ


John Dillinger

ดิลลินเจอร์ และเพื่อร่วมแก๊งถูกดำเนินคดีในศาล



          ต่อมาวันที่ 23 มกราคม 1934 ดิลลินเจอร์ก็เข้าซังเตอีกจนได้ คราวนี้เจ้าหน้าที่รัฐเอาไปขังไว้ที่คุกที่มีการดูแลอย่างแน่นหนา แต่ติดคุกได้ไม่ถึง 2 เดือน พ่อหนุ่มก็แหกคุกออกมาได้อีก ด้วยการทำปืนปลอมขึ้นมาจากไม้เอาไปหลอกขู่ผู้คุม และเช่นเคย กระแสมหาชนชื่นชมความสามารถของเขา

          เจอเข้าไปหนักอย่างนี้ แถมการปล้นก็ไม่หยุดยั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องขอให้เอฟบีไอเข้ามาช่วยตามล่าดิลลินเจอร์และพรรคพวก งานนี้ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ เจ เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ส สั่งให้เจ้าหน้าที่พิเศษมือดีอย่างแซมมวล เอ คาวเลย์ และเมลวิน เพอร์วิสเข้าไปเป็นทีมไล่ล่า ซึ่งก็เหมือนการเล่มเกมแมวไล่จับหนู ที่มักจะฉิวเฉียด คลาดกันไปคลาดกันมาอยู่หลายที ดิลลินเจอร์ก็ยังหลบได้เรื่อยๆ จนได้รับฉายาว่าพ่อหนุ่มกระต่าย หรือ แจ๊ค แร็บบิต เพราะสามารถหนีตำรวจได้อย่างคล่องแคล่ว พอๆ กับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วในขณะปล้น

          ในช่วงท้ายๆ ของการก่อวีรกรรม ดิลลินเจอร์สยายปีกตั้งแก๊งค์ใหญ่ในชิคาโก้ ในขณะที่เอฟบีไอที่ก็ตั้งศูนย์ไล่ล่าเขาอยู่ในเมืองเดียวกัน โดยพลพรรคในแก๊งค์ใหม่ของดิลลินเจอร์เอง ก็ถือเป็นคนดังในหมู่โจร เช่น โฮเมอร์ แวน เมเตอร์, เลสเตอร์ กิลลิส ที่มีฉายาว่าไอ้หน้าอ่อน (เบบี้เฟส) เนลสัน,  เอ็ดดี้ กรีน, ทอมมี่ คาร์โรล ฯลฯ

          แก๊งค์ที่มั่นคงนี้ทำการปล้นหนักในชิคาโก จนมีการติดประกาศจับ และให้ราคาค่าหัวดิลลินเจอร์และพรรคพวก และนั่นก็นำมาซึ่งจุดจบของวีรบุรุษจอมโจร เมื่อแม่เล้าชาวโรมาเนีย แอนนา เซก ผู้มีชนักติดหลังเรื่องเข้าเมืองผิดกฎหมายตัดสินใจแจ้งเบาะแสแก่ตำรวจ แลกกับการได้อยู่ในชิคาโกต่อ



John Dillinger

ผู้คนที่มารวมตัวกันหน้าโรงภาพยนตร์ไบโอกราฟ ภายหลังการสิ้นชีพของดิลลินเจอร์



          แม่เล้าคนนี้รู้ดีว่า โสเภณีคนหนึ่งในเครือข่ายของเธอกำลังเป็นหวานใจคนใหม่ของดิลลินเจอร์ เมื่อเธอนำความลับไปแจ้งเอฟบีไอ ก็มีการเตรียมแผนจับกุมทันที โดยเธอได้แจ้งว่าดิลลินเจอร์นัดควงทั้งตัวแม่เล้า และโสเภณีคู่ขาของเขาไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ไบโอกราฟ และสาวนกต่อคนนี้จะแต่งชุดแดงเป็นสัญลักษณ์ให้เอฟบีไอรู้ 

          22 กรกฎาคม 1934 วันมรณะของดิลลินเจอร์มาถึง เอฟบีไอปล่อยให้เขาเข้าไปดูหนังหย่อนอารมณ์เสียก่อน พร้อมตั้งทีมล้อมจับทันทีที่หนังจบ ซึ่งดิลลินเจอร์ก็มาตามนัด ขนาบข้างด้วยสองสาว และทันทีที่เห็นการเคลื่อนไหวของตำรวจ จอมโจรก็รู้ด้วยสัญชาติญาณว่ากำลังงานเข้า ว่าแล้วก็รีบควักปืนออกมาเป็นเครื่องมือให้อุ่นใจ ก่อนจะวิ่งหนี แต่ไม่พ้นเอฟบีไอ 3 คนที่วิ่งตาม และส่งกระสุนไป 5 นัด ในจำนวนนี้ 3 นัดทะลุร่างวีรบุรุษแห่งยุคจนล้มคว่ำ สิ้นชื่อไปด้วยวัยเพียง 31 ปี ทิ้งตำนานจอมโจรไว้เบื้องหลัง และดังได้กล่าวข้างต้นแล้วว่า ทุกวันครบรอบการเสียชีวิตของเขา 22 กรกฎาคม ถือเป็นวันจอห์น ดิลลินเจอร์ที่บรรดาแฟนคลับจะไปรวมตัวกัน เดินระลึกถึงเขาไปบนเส้นทางแห่งการหนีครั้งสุดท้าย

John Dillinger

ป้ายจารึกหลุมฝังศพของดิลลินเจอร์ ที่รัฐอินเดียน่า



          ศพของดิลลินเจอร์ถูกนำกลับไปฝังที่บ้านเกิด และบ่อยครั้งที่มีแฟนคลับไปเยือนที่พักผ่อนตลอดกาลของเขา พร้อมกับแอบขโมยหินเหนือสุสานไปเป็นที่ระลึก ทำให้ต้องเปลี่ยนใหม่กันบ่อยๆ

          ด้านพลพรรคจอมโจรนั้น หลังจากหัวหน้าแก๊งค์ลาโลก เจ้าหน้าที่ก็ตามล่าหัวสมาชิกที่เหลือ จนจับได้อีก 27 คน ส่วนคนดังที่สุดคือไอ้หน้าอ่อนเนลสันนั้น โดนยิงตายตามไปด้วย และนั่นก็ถือเป็นจุดจบของยุคที่เรียกว่ายุคแก๊งสเตอร์ครองเมืองของดิลิงเจอร์และพรรคพวก ยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ เกิดจอมโจรมากมายหลายแก๊งค์ จนสื่อมวลชนเรียกยุคนี้ว่าเป็นยุคแห่งศัตรูของสาธารณะ หรือยุค Public Enemies ในช่วงปี 1931 - 1935 และล่าสุด คำว่า Public Enemies นี้ก็ได้กลายมาเป็นชื่อเรื่องของภาพยนตร์ฮอลลีวูด ที่หยิบยกเรื่องราวของดิลลินเจอร์มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งก็จะเข้าฉายในช่วงเวลาแห่งการครบรอบการเสียชีวิตของเขาในเดือนนี้ 

          สำหรับอเมริกาแล้ว นี่คือบทเรียนครั้งสำคัญในการปราบปรามเหล่าขุนโจรและจัดการกับความวุ่นวายอันเกิดจากพิษภัยเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งหลังจากการแก้ปัญหาในยุคนี้ ก็นำไปสู่การพัฒนา เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเอฟบีไอ จนกลายเป็นหน่วยงานเลื่องชื่อลือนามในปัจจุบันนั่นเอง



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
 


    จอห์นนี เดปป์ หลอน นอนตายตรงจุดเดียวกับที่ จอห์น ดิลลินเจอร์ โพสต์เมื่อ 22 กรกฎาคม 2552 เวลา 14:13:43 2,141 อ่าน แสดงความคิดเห็น

    คิดอย่างไรกับเรื่อง: จอห์นนี เดปป์ หลอน นอนตายตรงจุดเดียวกับที่ จอห์น ดิลลินเจอร์ ?

    รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
    TOP