ไขข้อสงสัย ! 9 คำถามคาใจจาก Avengers: Infinity War

Infinity War

Avengers: Infinity War

          ผู้กำกับมาเอง.. รวมคำตอบของ 9 คำถามคาใจหลังดู Avengers: Infinity War โดยสองพี่น้องตระกูลรุสโซ่

          สำหรับใครที่รับชม Avengers: Infinity War มาแล้ว นอกจากความสนุกของหนังที่ครบเครื่องทุกรสชาติ เชื่อว่าทุกคนคงมีคำถามมากมายหลังดูหนังจบดูได้จากกระแสและการพูดคุยในโลกออนไลน์ ทั้งเรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเสื้อผ้าตัวละคร ไปจนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องที่ทำเอาสาวกเซอร์ไพรส์และช็อกกันไปทั้งบาง ซึ่งผู้กำกับสองพี่น้อง โจ รุสโซ่ (Joe Russo) และแอนโทนี่ รุสโซ่ (Anthony Russo) ก็ใจถึงพอที่จะออกมาตอบทุกข้อสงสัยเหล่านั้น

          วันนี้ กระปุกดอทคอม เลยหยิบ 9 คำถามพร้อมคำตอบจากผู้กำกับทั้งสองที่เว็บไซต์ Huffingtonpost รวบรวมเอาไว้มาฝาก ถ้าอยากรู้ว่าน่าสนใจขนาดไหน และมีข้อสงสัยของคุณอยู่ด้วยหรือเปล่า ตามเรามาไขข้อข้องใจไปพร้อม ๆ กันได้เล

          คำเตือน: หลังจากนี้จะมีการพูดถึงเนื้อหาใน Avengers: Infinity War หากใครยังไม่ได้รับชม แนะนำให้ข้ามไปก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสปอยล์

1. ทำไมสไปดี้ถึงมีเวลาพูดมากกว่าคนอื่น ?


          อาจเป็นส่วนน้อย แต่แฟนคลับของซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นคงแอบสงสัยเล็ก ๆ ว่า ทำไมหนุ่มน้อยสไปเดอร์แมน ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ถึงมีบทพูดก่อนสลายตัวหลายประโยคแบบเกินหน้าเกินตาคนอื่น ๆ เขานัก..

          นอกเหนือจากเรื่องจริงที่ว่า ทั้งหมดเป็นฝีมือการด้นสดของนักแสดง ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) ที่คิดบท "ผมเหมือนไม่สบาย.. ไม่รู้เป็นอะไร ผมไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ผมไม่อยากตาย ผมขอโทษ.." ขึ้นมาเองขณะถ่ายทำจนทุกคนต้องเสียน้ำตาแล้ว โจ รุสโซ่ ยังขอออกมายืนยันด้วยคนว่า อาการและท่าทางสับสนในตอนนั้นคือ หนึ่งในการแสดงออกของสัมผัสพิเศษสไปเดอร์แมน (Spidey sense) ที่เตือนให้เขาระวังถึงภัยร้ายที่กำลังจะมาถึง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม สไปเดอร์แมนถึงเป็นตัวละครที่ถูกเลือกให้แสดงฉากที่ดราม่าที่สุดฉากนี้

Avengers: Infinity War

2.  หนังได้รับแรงบันดาลใจมาจาก The Leftovers ?


          สำหรับใครที่ได้ดูซีรีส์ The Leftovers (2014) ว่าด้วยเรื่องของการดำเนินชีวิตของคนที่เหลืออยู่หลังจากครอบครัว เพื่อน และประชากรร่วมโลกหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและไร้สาเหตุ คงสงสัยว่าเรื่องราวใน Infinity War นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากซีรีส์ระทึกขวัญแห่งช่อง HBO นี้หรือเปล่า เพราะ แคร์รี่ คูน (Carrie Coon) นักแสดงจากซีรีส์ก็มารับบทเป็น พร็อกซิม่า มิดไนท์ (Proxima Midnight) ลูกสมุนคนเก่งของธานอสอีกด้วย (คลิก: รู้จักลูกสมุนธานอส Black Oder ขุนพลศึก Avengers: Infinity War)

Avengers: Infinity War
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Leftovers

          โดนพาดพิงแบบนี้ผู้กำกับ โจ รุสโซ่ก็ขอตอบชัด ๆ ไปเลยว่า ซีรีส์และภาพยนตร์ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังกล่าวเสริมอีกว่า จริง ๆ แล้วอาจเป็นซีรีส์ The Leftovers ต่างหากที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Infinity Gauntlet ของผู้เขียน จิม สตาร์ลิน (Jim Starlin) หนังสือการ์ตูนมาร์เวลที่ Infinity War อิงเรื่องราวส่วนใหญ่มาจากในนั้นเช่นกัน

Avengers: Infinity War

3. ความลับหลังเบอร์โทรศัพท์ของกัปตันอเมริกา ?

          รู้หรือไม่.. เบอร์ 678-136-7092 ของกัปตันอเมริกาบนจอโทรศัพท์ของ โทนี่ สตาร์ค คือเบอร์ที่ผู้กำกับทั้งสองตั้งใจถ่ายให้ทุกคนเห็นแล้วโทร.ไปหาจริง ๆ ถ้าจำเบอร์นั้นได้ แต่เพราะติดข้อกฎหมายบางอย่างทำให้เรื่องน่าสนุกแบบนี้ต้องพังไปในที่สุด "เราตั้งใจสร้างเสียงตอบรับ ของสตีฟ โรเจอร์ส เอาไว้ส่งเป็นข้อความเสียงให้แฟน ๆ ที่โทร.ไปเบอร์นั้นหลังออกมาจากโรงหนัง.. เราเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายกฎหมายก็แย่งทุกอย่างไปจากเรา"

Avengers: Infinity War

4. ชิ้นส่วนของกรูทบนสตอร์มเบรคเกอร์งอกใหม่ได้ไหม ?

          แม้ กรูท จะ สละชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องทุกคนไว้ใน Guardians of the Galaxy Vol.1 แต่ก็ได้กลับมาอีกครั้งในฐานะ เบบี้กรูท ใน Guardians of the Galaxy Vol.2 ทำให้ทุกคนได้รู้ว่า ฮิวแมนนอยด์สายพันธุ์ต้นไม้นั้นสามารถเติบโตขึ้นมาได้จากชิ้นส่วนอวัยวะของตน ตามมาด้วยคำถามน่าสนใจว่า "ชิ้นส่วนแขนที่กรูทเสียสละให้เป็นด้ามขวานสตอร์มเบรคเกอร์ของธอร์จะสามารถเติบโตกลายเป็นกรูทตัวน้อยตัวใหม่อีกหรือไม่ ?"

Avengers: Infinity War

          แต่ก็น่าเสียดายที่ผู้กำกับของเราไม่มีคำตอบแน่ชัดให้กับคำถามนี้ "ผมไม่รู้ว่าทุกชิ้นส่วนที่แยกออกมาจากตัวของ กรูท จะกลายเป็นเขาในเวอร์ชั่นโตได้รึเปล่า แต่ใครจะยืนยันได้ล่ะ ? นั่นเป็นคำถามที่น่าสนใจเหมือนกันนะ"

5. คำพูดสุดท้ายของกรูทต้องดราม่าขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ ?

          หลังจากเฉลยความหมายของประโยค 'I am Groot.' ที่น้องต้นไม้กรูทของเราพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนสลายตัว ทำเอาแฟน ๆ สะเทือนใจกันไปทั้งบางในทวิตเตอร์แล้ว แอนโทนี่ รุสโซ่ ก็ยังขอยืนยันคำเดิมว่า ตั้งใจให้ กรูท พูดว่า 'พ่อจ๋า..' กับ ร็อคเก็ต จริง ๆ และนั่นก็เป็นคำที่อยู่ในบทภาพยนตร์มาตั้งแต่แรกอยู่แล้วด้วย

Avengers: Infinity War

          อ่านเพิ่มเติม: เจมส์ กันน์ เฉลย กรูท พูดอะไรในฉากสุดท้าย Avengers: Infinity War

6. ทำไมเสื้อผ้าถึงสลายตามไปด้วย ?

          เป็นคำถามจากแฟนคลับที่ใส่ใจทุกรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของหนังอย่างแท้จริง สำหรับข้อสงสัยทีว่า "เสื้อผ้าเป็นสิ่งของที่ตายไม่ได้ ! ทำไมถึงต้องสลายไปพร้อมกับทุกคนในเรื่องด้วย ??"

          ซึ่ง โจ รุสโซ่ ขอตอบข้อข้องใจนี้ว่า เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของทุกคน อะไรก็ตามที่เป็นองค์ประกอบต่อการปรากฏตัวของคน ๆ นั้นจะหายไปพร้อมกับพวกเขาด้วย

7. ทำไมต้องเป็นกาโมร่า ?

          ย้อนกลับไปยังฉากพบกันครั้งแรกบนยานธานอสของทีมไอรอนแมนกับแก๊งการ์เดี้ยน สตาร์ลอร์ด ถาม ไอรอนแมนว่า "กาโมร่าอยู่ไหน ?" ทำเอาพี่ชุดเหล็กของเรางุนงงแล้วถามกลับว่า "ใครคือกาโมร่า ?" ก่อนแดรกซ์จะถามย้ำเข้าไปอีกว่า "ทำไมถึงเป็นกาโมร่า !?" ทำให้หลาย ๆ คนสงสัยเหมือนกับแดรกซ์ว่าทำไมการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในเรื่องต้องเกิดขึ้นกับ กาโมร่า สมาชิกคนสำคัญของแก๊งผู้พิทักษ์กาแล็กซี

Avengers: Infinity War

          แต่ผู้กำกับโจ รุซโซ่ กลับตอบข้อสงสัยนี้ด้วยการย้อนถามว่า "แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าต้องเป็นกาโมร่าล่ะ ? ผมไม่รู้ว่ามันมีคำตอบสำหรับสมองที่บิดเบี้ยวของแดรกซ์รึเปล่านะ" ก่อนแอนโทนี รุสโซ่จะตอบคำถามของน้องชายเขาว่า "ไม่มีหรอก บางครั้งคุณคงสงสัยเหมือนกันแหละว่า เขา (แดรกซ์) เชื่อมมันสมองอะไรไว้ในหัวบ้างไหม.. อย่าลืมสิ นี่คือคนที่ยืนอยู่เฉย ๆ แล้วคิดว่าตัวเองล่องหนได้นะ"

Avengers: Infinity War

8. แดรกซ์หายตัวไปจริง ๆ หรือแค่ยืนเฉย ๆ กันแน่ ?

          ต่อเนื่องมาจากคำถามข้างบน แม้ฉาก "แดรกซ์ผู้ล่องหน" จะเป็นหนึ่งในฉากที่เรียกเสียงฮาที่สุดตอนดูหนัง แต่หลังจากนั้นหลายคนคงสงสัยกันจริง ๆ จัง ๆ ว่า ตกลงแดรกซ์หายตัวไปได้จริง ๆ หรือเปล่า ?

Avengers: Infinity War

          ซึ่งก็น่าสนใจมากทีเดียวที่ผู้กำกับของเรากลับตอบว่านั่นคือสปอยล์และเป็นประเด็นที่พวกเขาต้องตัดสินใจกันทีหลัง "ทั้งหมดที่เรารู้ก็คือเราสามารถรวบรวมอะไรได้บ้างจากหนัง.. อะไรบางอย่างที่สามารถหยิบมาพูดถึงและทำให้มันสมบูรณ์ครบถ้วนต่อไป" อาจเป็นคำบอกใบ้ว่าเราจะได้เห็นนักฆ่าเลือดร้อนคนนี้กลับมาอีกครั้งก็เป็นได้ (อ่านเพิ่มเติม: เดฟ บาทิสตา รับประกัน แดรกซ์นักฆ่า กลับมาแน่นอน !)

9. ทุกคนควรโทษ สตาร์ลอร์ด หรือไม่ ?


          อย่างที่เห็นกันทั่วโลกออนไลน์ทั้งไทยทั้งเทศ มีกระแสกล่าวโทษว่า สตาร์ลอร์ด เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แผนการรวบรวมถุงมือหินอินฟินิตี้ของธานอสสำเร็จ ร้อนถึงผู้กำกับต้องออกมาพูดถึงประเด็นนี้ว่า จริง ๆ แล้วทุกคนไม่ควรโยนความผิดให้สตาร์ลอร์ดเพียงคนเดียว เพราะอย่าลืมว่าเรื่องราวทั้งหมดในอดีตคือที่มาของอารมณ์อ่อนไหวในตอนนั้น "แม่ของเขาจากไปด้วยโรคมะเร็งก่อนจะถูกลักพาตัวไปตอนอายุ 10 ขวบ เขาโตขึ้นมาจากการเลี้ยงดูของโจรสลัดอวกาศ เขาต้องฆ่าพ่อแท้ ๆ ของตัวเองเพื่อแก้แค้นให้แม่ แล้วแฟนสาวที่รักที่สุดก็ยังมาโดนฆ่าโดย (ธานอส) คนที่ทำลายนิยามของความเป็นพ่อแม่อีกด้วย"

Avengers: Infinity War

          นอกจากนี้ยังเสริมอีกว่า จริง ๆ แล้ว เทพเจ้าธอร์ ก็เป็นอีกคนที่ควรรับผิดชอบการสูญเสียของศึกนี้ด้วยเช่นกัน "ธอร์ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลของเขา แทนที่จะจัดการธานอสให้ตายทันทีที่ปรากฏตัวด้วยขวานเล่มนั้น แต่เพราะอารมณ์โกรธ เพราะแรงจูงใจของเขา ทำให้เขาเว้นช่วงไว้สักพักเพื่อพูดประโยคทิ้งท้ายกับธานอสก่อน.. พวกเขาเลือกตัวเลือก (การกระทำ) ที่สมกับเป็นมนุษย์ที่สุดแล้ว" โดยทิ้งท้ายให้ทุกคนได้ทบทวนกันด้วยว่า ถ้าลองคิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเราดู จะเข้าใจว่าทำไมสตาร์ลอร์ดและธอร์ถึงเลือกทำแบบนั้น

Avengers: Infinity War

          ในตอนนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมตัวตีตั๋วชม Ant-Man & The Wasp (กำหนดฉาย 5 กรกฎาคม 2018) และ Captain Marvel (กำหนดฉาย 8 มีนาคม 2019) กันไว้ให้ดี เพราะอาจมีเบาะแสเชื่อมโยงไปถึงบทสรุปของมหาสงครามหินวิเศษที่จะเกิดขึ้นใน Avengers 4 (กำหนดฉาย 3 พฤษภาคม 2019) ซ่อนอยู่ก็เป็นได้ (อ่านเพิ่มเติม: จะมีการเสียสละครั้งใหญ่เกิดขึ้นใน Avengers 4)

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ไขข้อสงสัย ! 9 คำถามคาใจจาก Avengers: Infinity War โพสต์เมื่อ 31 พฤษภาคม 2561 เวลา 17:45:51 11,487 อ่าน
TOP