แบรด พิตต์ - ทารันติโน่ ไล่ล่านาซีอันดับ 1 ยูเอส $37.6 ล้าน
แบรด พิตต์ - ทารันติโน่ ไล่ล่านาซีอันดับ 1 ยูเอส $37.6 ล้าน

แบรด พิตต์ - ทารันติโน่ ไล่ล่านาซี Inglourious Basterds อันดับ 1 ยูเอส $37.6 ล้าน (สยามดารา)
เรื่องราวของหน่วยรบอเมริกัน และความแค้นของชาวยิวที่มีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการล่าหัวทหารนาซีที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์อิตาลียุค 70 กลายเป็น หนัง ที่ทำรายรับเปิดตัวสูงสุดในช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคม (อันดับ 11 ของเดือน) และอีกสถิติที่สำคัญหากนับเฉพาะหนังที่มีสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นฉากหลัง Inglourious Basterds มียอดผู้ชมเป็นรองแค่ Pearl Harbor และ Saving Private Ryan แค่ 2 เรื่องเท่านั้น รวมทั้งกลายเป็นหนังที่เปิดตัวสูงสุดของ ทารันติโน่ แทนที่ Kill Bill Vol. 2 ($25.1 ล้าน) และสูงกว่า 2 เท่าจาก Grindhouse ผลงานเรื่องที่แล้วเมื่อปี 2007
"ตัวเลขที่คาดการณ์ล่วงหน้าบอกว่าเราจะได้ไม่ต่ำกว่า $10 ล้าน" ฮาร์วี่ย์ ไวน์สตีน 1 ใน 2 บอสใหญ่ของสตูดิโอออกมาให้สัมภาษณ์ "แต่ผมคิดว่าไอเดียที่ให้ แบรด พิตต์ แสดงเป็นไอ้ตัวร้าย เป็นสิ่งที่สร้างความสนุกให้กับผู้ชม" พร้อมกับพูดแซวผู้ชมสาวๆ ที่คิดเป็น 42% ของคนดูทั้งหมดที่ถือเป็นเรื่องแปลกของหนังสงครามว่า" 2 คำที่ใช้ได้ผลสำหรับพวกผู้หญิงก็คือ แบรด พิตต์"
Basterds เป็นหนังที่ ฮาร์วี่ย์ และน้องชาย บ็อบ ไวน์สตีน ต้องการมากที่สุดหลังจากสตูดิโอมีผลงานเพียงไม่กี่เรื่องที่ประสบความสำเร็จด้านรายรับ นับตั้งแต่อำลามิราแม็กซ์ สตูดิโอภายใต้อาณาจักรดิสนีย์ เมื่อ 4 ปีก่อนที่พวกเขาปลุกปั้นจนมีหนังออสการ์ Shakespeare in Love และ Chicago เป็นเกียรติประวัติ รวมทั้ง Pulp Fiction หนังแจ้งเกิดของทารันติโน่ และการสร้างแฟรนไชส์ที่เป็นขวัญใจวัยรุ่น Scary Movie และ Scream ขึ้นมาในทศวรรษ 90
"ทารันติโน่ เคยช่วยสร้างบ้านที่แข็งแรงให้กับมิราแม็กซ์ ตอนนี้เขาพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่ากำลังจะช่วยสร้างบ้านใหม่ให้กับไวน์สตีน" พอล เดอร์การาเบเดี้ยน นักวิเคราะห์ประจำเว็บไซต์ Hollywood.com ให้ความเห็นหลังจากช่วงปลายปีนี้ไวน์สตีน จะมี The Road หนังวันล้างโลก และ Nine หนังเพลงเรื่องใหม่ของ ร็อบ มาร์แชลล์ ผู้กำกับฯ Chicago เข้าฉาย
การเปิดตัวในตลาดต่างประเทศยังถือเป็นเซอร์ไพรส์อีกเช่นกันสำหรับผลงานของทารันติโน่ เรื่องนี้ หลังจาก Inglourious Basterds ครองแชมป์ด้วยรายรับ $27.5 ล้านใน 22 ประเทศกลายเป็นสถิติใหม่ของผู้กำกับฯ รายนี้ ทั้งที่ปกติหนังของเขาไม่ได้ถูกใจผู้ชมส่วนใหญ่เท่าไรนัก
หนังเรื่องก่อนของทารันติโน่ มีกระแสตอบรับทั้งดี และแย่สลับกันมาตลอดในต่างประเทศ นับตั้งแต่ Pulp Fiction ในปี 1994 ที่ทำรายรับนอกสหรัฐฯ $101.9 ล้าน ,Kill Bill: Vol. 1 $111.4 ล้าน , Kill Bill: Vol 2 $86.6 ล้าน และล่าสุด Death Proof กลับตกลงไปอยู่ที่ $28.7 ล้าน
ส่วน G.I. Joe: The Rise of Cobra แชมป์เก่า 2 สัปดาห์ก่อนหน้าตกลงมาอยู่อันดับ 2 ทำรายรับเพิ่ม $14 ล้านใน 51 ประเทศ, อันดับ 3G Force แอนิเมชั่นของดิสนีย์ ได้แรงส่งจากการเปิดฉายในประเทศรัสเซียที่ทำรายรับ $3.4 ล้านจนทำให้รายรับตลาดต่างประเทศอยู่ที่ $9.1 ล้าน และอันดับ 4 ก็ยังเป็นหนังการ์ตูนเช่นกัน Up ของดรีมเวิร์คส ลอยตามบัลลูนเก็บเงินได้ $8.7 ล้านใน 19 ประเทศ
ขณะที่ Basterds ประสบความสำเร็จ ความล้มเหลวตกไปอยู่กับผู้กำกับฯ ที่เคยร่วมงานกับทารันติโน่ ใน Grindhouse รวมทั้งงานสร้างชื่ออย่าง Sin City และ From Dusk Till Dawn โรเบิร์ต โรดริเกซ ต้องเศร้าไปตามระเบียบหลังจาก Shorts เปิดตัวได้สั้นสมชื่อทำเงิน $6.6 ล้านในการเข้าฉาย 3,105 โรง รั้งอันดับ 6 ในบ็อกซ์ออฟฟิศ ถือว่าผิดคาดมากสำหรับโรดริเกซ ที่เคยประสบความสำเร็จกับไตรภาค Spy Kids
"เราคาดหวังว่าหนังจะเปิดตัวได้ดี" แดน เฟลล์แมน ประธานฝ่ายจัดจำหน่ายของวอร์เนอร์ พูดถึง Shorts ที่มีดารามากฝีมืออย่าง วิลเลี่ยม เอช. มาซี่ย์, เจมส์ สปาเดอร์ และ จอห์น ครายเยอร์ มาช่วยเรียกคนดู "แต่ 60% ของเด็กนักเรียนกำลังปิดเทอม และเราก็หวังว่าจะทำรายรับได้ดีขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์"

Post Grad
อีกผลงานที่เปิดตัวหวังกลุ่มผู้ชมวัยรุ่น Post Grad ของฟ็อกซ์ อะตอมมิกที่เป็นการประเดิมงานกำกับคนแสดงจริงครั้งแรกของ วิคกี้ เจนเซ่น ผู้สร้างแอนิเมชั่นเรื่อดัง Shrek ต้องผิดหวังไปเช่นกัน หลังจากทำรายรับเข้ามาในอันดับ 10 $2.65 ล้านในการฉาย 1,959 โรง

District 9
แชมป์เก่าจากสุดสัปดาห์ที่แล้ว District 9 หนังไซไฟเนื้อหาจริงจัง ตกมาอยู่อันดับ 2 แต่หนังทำเงินไปแล้ว $73.5 ล้านในระยะเวลาฉาย 10 วัน โดยรายรับลดลง 49% จากสุดสัปดาห์เปิดตัว ถือว่ายังน้อยหากเทียบกับผลงานแนวนี้ที่ออกฉายในช่วงหลังที่มักจะรายรับหล่นวูบ 50 - 70% ในสัปดาห์ที่ 2 ดูตัวอย่างได้จาก Cloverfield และ The Day the Earth Stood Still เมื่อปีก่อน

My One and Only
Five Minutes of Heaven
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีผลงานเข้าฉายแบบจำกัดโรงที่มีดาราชื่อดังนำแสดงเปิดตัวพร้อมกันหลายเรื่อง เริ่มจาก The Marc Pease Experience ของเจ้าพ่อหนังคอมเมดี้ เบน สติลเลอร์ ประกบ เจสัน ชวาร์ตซแมน เข้าฉาย 10 โรงทำรายรับ $3,000 ,My One and Only หนังตลกบรรยากาศอังกฤษของผู้กำกับฯ ริชาร์ด โลนเครน ที่เคยสร้างชื่อกับ Wimbledon ได้สาว เรเน่ เซลล์วีเกอร์ มาเรียกผู้ชม ทำให้ถึงจะเข้าฉายเพียง 2 โรงที่นิวยอร์ก กับแอลเอ ยังทำรายรับสูงถึง $58,692 เฉลี่ย $14,673 และ Five Minutes of Heaven หนังทริลเลอร์อาชญากรรมที่จัดจำหน่ายโดยไอเอฟซี ฟิลม์ส ได้ เลียม นีสัน มาเชือดเฉือนบทกับ เจมส์ เนสบิตต์ เข้าฉายโรงเดียวที่นิวยอร์ก ทำรายรับ $5,200
ทำให้รายรับรวมของยูเอสบ็อกซ์ออฟฟิศสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยตัวเลข $134 ล้านเพิ่มขึ้น 27% โดยการทำรายรับได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงปลายซัมเมอร์ที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง ช่วยให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์สหรัฐฯ กลับมามีชีวิตชีวาหลังจากความซบเซาในช่วง 1 เดือนก่อนหน้านี้ และมีลุ้นที่จะทำลายสถิติรายรับของซัมเมอร์ 2008 ที่ทำเอาไว้ $4.2 พันล้านอีกด้วย
สำหรับสุดสัปดาห์หน้าจะเป็นการชิงความสยองระหว่าง Halloween II ของไวน์สตีนที่มี ร็อบ ซอมบี้ นักร้องเฮฟวี่เมทัลจอมโหดที่หันเหตัวเองเข้าสู่วงการภาพยนตร์นั่งแท่นผู้กำกับฯ อีกครั้ง โดยจะต้องเจอคู่แข่งสำคัญ The Final Destination หนังโกงความตายของวอร์เนอร์ ที่กลับมาคราวนี้ผู้ชมจะได้ลุ้นระทึกอกสั่นขวัญแขวนในแบบ 3 มิติเป็นครั้งแรก และสำหรับผู้ชมที่โตหน่อย โฟกัส ฟีเจอร์ จะส่ง Taking Woodstock หนังย้อนยุคเรื่องราวคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์จากฝีมือการกำกับของ อัง ลี ออกมาเป็นทางเลือกตั้งแต่วันพุธ
ดูหนัง หนังใหม่ โปรแกรมหนัง หนังตัวอย่าง คลิกเลย
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ





