เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เทศกาลหนังปูซาน เมินกระแสต่อต้าน เดินหน้าฉายหนังโศกนาฏกรรมเรือเซวอลล่ม ด้านทางการเผยความคืบหน้าการสืบสวนคดี ชี้กัปตันปฏิเสธข้อกล่าวหาฆาตกรรม โดยบอกว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่าใคร
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2557 เว็บไซต์ลอสแอนเจลิส ไทมส์ รายงานว่า ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "The Truth Shall Not Sink with Sewol" (ความจริงจะไม่จมหายไปกับเรือเซวอล) ได้ถูกนำมาฉายในเทศกาลหนังปูซาน แม้จะถูกกระแสต่อต้านจากสังคมเกาหลีใต้ว่าเป็นการตอกย้ำความโศกสลดใจมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้
โดยภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The Truth Shall Not Sink with Sewol ความยาว 77 นาทีนี้ เป็นผลงานของผู้สร้างหนัง อาน แฮ รยอง และนักข่าวลี ซาง โฮ เปิดเผยเรื่องราวโศกนาฏกรรมเรือเซวอลล่มเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเน้นให้เห็นประเด็นของการช่วยเหลือจากรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ล่าช้า ความบกพร่องในการปฏิบัติการกู้ภัย จนนำมาซึ่งความสูญเสียที่มากกว่าที่ควรจะเป็น และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้ถูกนำมาฉายในเทศกาลหนังปูซาน ซึ่งเป็นเทศกาลหนังที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีกระแสสังคมส่วนหนึ่งประท้วงต่อต้านการฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ เพราะเห็นว่าเป็นการซ้ำเติมความเจ็บปวดให้กับญาติผู้เสียชีวิตและชาวเกาหลีใต้ทุกคน
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ ก็ได้เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนนายลี จุน ซอก กัปตันเรือเซวอล ต่อกรณีที่เขาไม่ยอมสั่งอพยพผู้โดยสารในเรือ จนทำให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่จมน้ำลงไปพร้อม ๆ เรือด้วย โดยนายลี จุน ซอก ได้กล่าวขอโทษที่เขาไม่สามารถช่วยชีวิตผู้โดยสารได้ และหนีออกมาจากเรือเป็นคนแรก ๆ พร้อมเผยว่าเขาไม่มีเจตนาที่จะฆ่าผู้โดยสารเหล่านั้นเลย
โดยนายลี จุน ซอก ซึ่งถูกตั้งข้อกล่าวหาฆาตกรรมหมู่ผู้โดยสารเรือเซวอล ได้เปิดเผยว่า เขารู้สึกเสียใจและขอโทษที่ไม่สามารถช่วยชีวิตผู้โดยสารไว้ได้ เขาทำให้โศกนาฏกรรมนี้เกิดขึ้น เขารู้ว่าเขาไม่สามารถออกจากคุกได้ไม่ว่าจะมีทนายกี่คนก็ตาม แต่เขาขอปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาฆ่าผู้โดยสารบนเรือ เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่าใครเลย เขายอมไม่ได้ที่ลูกหลานของเขาจะถูกตราหน้าว่าเป็นครอบครัวของฆาตกรฆ่าผู้โดยสารเรือเซวอล
ทั้งนี้สำหรับโศกนาฏกรรมดังกล่าวได้สร้างความสลดใจให้กับชาวเกาหลีใต้และกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก ไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นที่กัปตันเรือสั่งห้ามผู้โดยสารเคลื่อนตัวไปไหนทั้งที่เรือกำลังจะจมอยู่แล้วเท่านั้น แต่รวมถึงประเด็นการทำงานของรัฐบาลต่อเหตุการณ์นี้ด้วย โดยหลังเกิดเหตุ มีนักเรียนที่ติดอยู่ภายในเรือส่งข้อความมาหาครอบครัวเพื่อขอความช่วยเหลือ ทำให้เกิดการเรียกร้องขอให้เข้าช่วยเหลือพวกเขาโดยเร็ว แต่ตำรวจกลับเมินเฉยแล้วให้ข่าวว่าข้อความเหล่านั้นไม่ได้มาจากผู้โดยสารในเรือ จนในที่สุดก็ไม่สามารถช่วยเหลือใครได้ ผู้ที่รอดชีวิตในวันนั้นก็เสียชีวิตลงทั้งหมด เพราะไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันเวลา








