
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เกาะติดการประกาศชื่อผู้เข้าชิงออสการ์ครั้งที่ 87 กับ 15 ปรากฏการณ์สุดเซอร์ไพรส์ประจำปี 2015
หลังจากนี้อีกไม่นานงานประกาศผลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแวดวงภาพยนตร์อย่าง Academy Awards หรือ ออสการ์ ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เข้าชิงในสาขาต่าง ๆ ที่ทำให้กูรูหลายคนหงายเงิบไปตาม ๆ กัน ดังเช่นที่เว็บไซต์ BuzzFeed ได้รวบรวม 15 เรื่องสุดเซอร์ไพรซ์หลังประกาศชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 87 ซึ่งมีทั้งปรากฏการณ์ที่น่ายินดีและผิดหวังปะปนกันไป ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย
จริงอยู่ที่ Selma จะเข้าชิงรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและเพลงประกอบยอดเยี่ยม แต่การถูกเสนอชื่อเข้าชิงเพียง 2 สาขากลับสร้างความตกใจให้กับคอหนังอยู่พอสมควร เพราะหากเทียบกับผลงานแนวเดียวกันอย่าง 12 Years a Slave, Argo, The King’s Speech หรือ Titanic ก็จะพบว่าหนังแนวประวัติศาตร์มักทำผลงานได้ดีบนเวทีนี้เสมอ จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ Selma ไม่ได้รับความสนใจในปีนี้
ไม่น่าเชื่อว่าแอนิเมชั่นที่หลายคนชื่นชอบอย่าง The LEGO Movie จะพลาดการเข้าชิงในสาขานี้ไปง่าย ๆ เพราะสไตล์และการนำเสนอของเรื่องนี้มีดีพอที่จะคว้ารางวัลสูงสุดเลยด้วยซ้ำ และจนถึงตอนี้ก็ยังไม่มีใครตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
สร้างความมึงงงพอสมควรว่าทำไม เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ถึงอดเข้าชิงสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Cake ทั้งที่การแสดงของเธอเข้าตากรรมการจนได้เข้าชิงลูกโลกทองคำ, SAG Award และ Critics Choice มาก่อนหน้านี้
เป็นเรื่องน่าใจหายที่นักเขียนฝีมือดีอย่าง จิลเลียน ฟลินน์ (Gillian Flynn) ไม่ถูกเสนอเข้าชิงในสาขานี้ เพราะ Gone Girl เป็นหนังเพียงไม่กี่เรื่องที่นักเขียนต้นฉบับลงมือดัดแปลงบทด้วยตัวเอง แถมผลงานที่ออกมาก็น่าชื่นชมมากเสียด้วย ซึ่งหลายคนจะไม่ผิดหวังหากเธอไม่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำมาก่อน
อย่างที่บอกไปว่า Gone Girl พลาดหวังในสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงอย่างน่าเสียดาย แต่ถึงกระนั้นยังมีสาขาอื่นที่หลุดโผอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีประกอบ ถ่ายภาพ และผู้กำกับ โดยรางวัลเดียวที่ Gone Girl มีลุ้นในปีนี้คือ การแสดงของ โรซามันด์ ไพค์ (Rosamund Pike) ที่เข้าชิงในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
ไม่เฉพาะหนังใหญ่เท่านี้ที่มีการพลิกโผในปีนี้ แต่สาขาย่อยอย่างหนังสารคดีก็ทำให้คนอ้าปากค้างได้เหมือนกัน เมื่อผลงานที่เป็นที่กล่าวขานอย่าง Life Itself, The Overnighters และ The Case Against 8 กลับไม่ถูกเสนอชื่อเลยแม้แต่รางวัลเดียว หลังจากนี้จึงต้องจับตาว่าผู้ชนะในสาขานี้จะเจ๋งจนสามารถโค่น 3 ผลงานที่ว่านี้ได้จริงหรือเปล่า
ถึงแม้จะถูกจับตาให้เป็นตัวเก็งในสาขานี้ตั้งแต่ต้น แต่เอาเข้าจริงหนังจากสวีเดนอย่าง Force Majeure กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในวันประกาศผล โดยหนังเรื่องนี้เล่าเหตุการณ์หลังจากชายคนหนึ่งทิ้งครอบครัวของเขาเองเมื่อพบว่าหิมะกำลังจะถล่ม
หนังมิวสิคัลอย่าง Into the Woods ได้เปรียบคู่แข่งจากความแฟนตาซีที่เปิดช่องให้การแต่งหน้าทำผมออกมาไร้ขีดจำกัด แต่ไม่รู้ว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงพลาดการเข้าชิงในสาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยมแบบงง ๆ ซึ่งกรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วจากหนังเรื่อง Jackass Presents : Bad Grandpa
ดูเหมือนว่าฤทธิเดชของก๊อตซิลล่าจะไม่ช่วยให้หนังของตัวเองประสบความสำเร็จด้านรางวัลสักเท่าไร พิสูจน์ได้จากความผิดหวังในสาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้ายของผู้กำกับ แกเร็ธ เอ็ดเวิร์ด (Gareth Edwards) บนเวทีออสการ์ในปีนี้
เป็นที่ทราบกันดีว่าขั้นตอนการสร้าง Interstellar เต็มไปด้วยความพิถีพิถันที่ผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) คอนเฟิร์มว่าจะออกมาอลังกาลที่สุด แต่ผลสุดท้าย Interstellar กลับพลาดโอกาสพิสูจน์ตัวเองในสาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยมไปอีกหนึ่งราย เหลือเพียงโอกาสในการคว้ารางวัลเบื้องหลังอื่น ๆ เท่านั้น
นี่คือผลงานกำกับและเขียนบทของ แดน กิลรอย (Dan Gilroy) ที่คว้าตั๋วชิงรางวัลสาขาเขียนบทมาแล้วหลายสถาบัน ซึ่งดูเหมือนจุดเด่นดังกล่าวจะเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียวที่ออสการ์มองเห็น โดย Nightcrawler ได้เข้าชิงเพียง 1 รางวัลในสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม
มาแรงแซงโค้งจริง ๆ สำหรับหนังดราม่าอย่าง American Sniper ที่คว้าโควต้าเข้าชิงถึง 6 รางวัลในปีนี้ ได้แก่สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, ตัดต่อยอดเยี่ยม, ลำดับเสียงยอดเยี่ยม, บันทึกเสียงยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม แต่อย่างไรก็ตาม คลินต์ อีสต์วูด (Clint Eastwood) กลับพลาดโอกาสเข้าชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม
เรื่องราวโศกนาฏกรรมแห่งวงการมวยปล้ำใน Foxcatcher ส่งผลให้ดาวตลก สตีฟ คาเรล (Steve Carell) เข้าชิงสาขาดารานำชายจากการพลิกบาทมาเล่นหนังดราม่า รวมถึงรางวัลอื่น ๆ อย่างแต่งหน้ายอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม แต่ที่น่าแปลกคือการพลาดหวังคว้ารางวัลในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปเสียแล้วแบบงง ๆ

ภาพจาก อินสตาแกรม foxsearchlight
หากจะกล่าวว่า ลอร่า เดิร์น (Laura Dern) คือม้ามืดของงานออสการ์ครั้งนี้ก็คงไม่ผิดนัก เพราะการแสดงของเธอในเรื่อง Wild ไม่เตะตาถึงขนาดที่ทุกคนต้องพูดถึงตั้งแต่แรก โดยเธอเบียดเพื่อนนักแสดงอย่าง เจสสิกา แชสเทน (Jessica Chastain) จากเรื่อง A Most Violent Year ตกขอบได้สำเร็จ
การเข้าชิงพร้อมกันถึง 9 สาขาไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้นกันง่าย ๆ โดยสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วกับการเข้าชิงของ The Grand Budapest Hotel และ Birdman ที่เป็นตัวเก็งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วยกันทั้งคู่ นอกจากนี้ยังชิงชัยในสาขาผู้กำกับและบทภาพยนตร์เหมือนกันอีกต่างหาก เห็นแบบนี้ก็เดาออกทันทีว่างานออสการ์ปีนี้ต้องสนุกมากแน่ ๆ
สำหรับประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 87 จะจัดขึ้นในเช้าวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2015 ตามเวลาในบ้านเรา โดยสามารถติดตามผลการสรุปรางวัลได้ที่กระปุกดอทคอมเหมือนเดิม




















