
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Avatar, เฟซบุ๊ก James Francis Cameron
เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) เปิดเผยถึงเทคนิคการเขียนบทภาคต่อของ Avatar ทั้ง 3 ภาค ที่เขาได้เรียนรู้มาจากการร่วมงานในทีวีซีรีส์เรื่อง Dark Angel ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้นักเขียนบทหลายท่านเพื่อให้เกิดการถกเถียงจนกว่าจะได้บทหนังฉบับสมบูรณ์
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2014 เว็บไซต์ Screenrant ได้รายงานถึงคำให้สัมภาษณ์ของผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน ที่กล่าวว่ากระบวนการพัฒนาหนังภาคต่อของ Avatar ทั้ง 3 ภาคกำลังดำเนินไปพร้อมกัน ทั้งขั้นตอนการเขียนบทรวมถึงการออกแบบตัวละครใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามา ซึ่งในขณะนี้เขาให้ความสำคัญกับการเขียนบทมากเป็นพิเศษโดยนำประสบการณ์จากการผลิตทีวีซีรีส์เรื่อง Dark Angel มาปรับใช้ในโปรเจคท์นี้
โดย เจมส์ คาเมรอน กล่าวว่าสิ่งที่เขาเรียนรู้จากการร่วมงานในโปรเจคท์ทีวีซีรีส์เรื่อง Dark Angel คือเทคนิคการเขียนบทที่เรียกว่า "การทำงานแบบคู่ขนาน" กล่าวคือ ผู้กำกับจะต้องทำงานร่วมกับนักเขียนบทอีกหลายท่านเพื่อให้เกิดการถกเถียงจนกระทั่งได้บทหนังฉบับสมบูรณ์ในที่สุด ซึ่ง เจมส์ คาเมรอน ถือว่าการทำงานในแนวทางดังกล่าวเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสนุกสนานเป็นอย่างมาก
สำหรับภาคต่อของ Avatar ทั้ง 3 ภาค เจมส์ คาเมรอน ได้ว่าจ้างให้ จอช ไฟรด์แมน (Josh Friedman), ริค เจฟฟา (Rick Jaffa), อแมนดา ซิลเวอร์ (Amanda Silver) และ ชน ซาเลอร์โน (Shane Salerno) เข้ามารับหน้าที่เขียนบทร่วมกัน โดยทั้งหมดจะต้องร่างบทหนังในแบบฉบับของตัวเอง ในขณะที่ เจมส์ คาเมรอน ก็สามารถปลีกตัวออกไปเพื่อดูแลงานในส่วนอื่นได้ด้วย จากนั้นทีมงานทั้งหมดจะมารวมตัวกันในการประชุมที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอแล้วนำเสนอแนวคิดของตัวเองออกมา โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การหารือเพื่อให้ได้บทหนังฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะครอบคลุมเนื้อหาของทั้ง 3 ภาค เพื่อให้เรื่องราวมีความต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน
นอกจากนี้ เจมส์ คาเมรอน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ณ ตอนนี้เขาและทีมเขียนบทได้ทุ่มเทเวลานานกว่า 5 เดือนเพื่อสร้างสรรค์ผลงานดังกล่าวให้ออกมาเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งผลของความตั้งใจนั้นจะปรากฏสู่สายตาผู้ชมเมื่อ Avatar 2 เข้าฉายในเดือนธันวาคมปี 2016 ตามมาด้วย Avatar 3 ในปี 2017 และ Avatar 4 ในปี 2018






