x close

10 หนังตลกไทย ดูกี่ครั้งก็ฮาน้ำตาไหล

           10 หนังตลกไทย ดูกี่ครั้งก็ฮาน้ำตาไหล ความบันเทิงฉบับไทย ๆ กี่สมัยไม่มีจาง บอกเลยงานนี้มีเสียน้ำตา... จากการขำไม่หยุดนะจ๊ะ
           แน่นอนว่าช่วงนี้ทุกคนคงต้องเว้นระยะห่างต่อกัน เพราะการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ถึงแม้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้กำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่เพื่อความปลอดภัยการอยู่ติดบ้านและหลีกเลี่ยงการไปข้างนอกก็ยังคงเป็นสิ่งที่ควรกระทำกันอยู่เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนในครอบครัว แต่อยู่บ้าน Work From Home มาก ๆ บางครั้งก็เบื่อ ทำแล้วทุกอย่างทั้งงานหลัก งานบ้าน ล้างจาน รดน้ำต้นไม้ก็แล้วยังไม่หายเบื่อ ทีวีก็เปลี่ยนเสียจนไม่รู้จะดูช่องไหน มาค่ะ วันนี้เราจะชวนมาดูหนังตลกไทยแก้เซ็งกันชิล ๆ ให้เราได้เติมเต็มรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกัน

1. แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า (2549)

          เป็นหนังตลกขึ้นหิ้งสำหรับคนไทยเลยก็ว่าได้สำหรับ แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า ที่รวมเอาสายฮาขาป่วนแนวหน้าของเมืองไทยไว้เพียบไม่ว่าจะเป็น น้าค่อม ชวนชื่น, โก๊ะตี้ อารามบอย, จิ้ม ชวนชื่น, จตุรงค์ มกจ๊ก ที่เข้าขากันได้ดีตบมุกกันโบ๊ะบ๊ะเป็นที่ถูกอกถูกใจคนดูสุด ๆ หนังเล่าเรื่องผ่าน สนิท (แดน วรเวช ดานุวงศ์) นักชกมืออาชีพที่ไม่เคยชนะสักสังเวียน ได้ตัดสินใจจะเลิกอาชีพนักมวย แต่กลับพบว่าแฟนสาว สวย (วีเจจ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) ต้องได้รับการผ่าตัดไม่เช่นนั้นเธอจะตาบอดไปตลอดชีวิต และหนทางเดียวที่จะหาเงินได้มากขนาดนั้นคือการขึ้นชกและชนะให้ได้ สนิท ได้ แสบ (จตุรงค์ มกจ๊ก) นักชกเก่า เป็นเทรนเนอร์ให้ และเพื่อน ๆ อย่าง สอง (โก๊ะตี๋), เสนาะ (จิ้ม ชวนชื่น), สิทธิ์ (ค่อม ชวนชื่น) ช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการขึ้นชกครั้งนี้ เรียกได้ว่าได้ยิ้มและหัวเราะกันทั้งเรื่องเลยทีเดียว

2. พยัคฆ์ร้าย ส่ายหน้า (2548)

          หนังแจ้งเกิดความฮาของน้าค่อม ชวนชื่น เลยก็ว่าได้ สำหรับ พยัคฆ์ร้าย ส่ายหน้า หนังเรื่องแรกของผู้กำกับสายฮา ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ที่มีผู้ร่วมขบวนการฮาแบบคับคั่งไม่ว่าจะเป็น เทพ โพธิ์งาม, จิ้ม ชวนชื่น, จตุรงค์ มกจ๊ก, อุดม ชวนชื่น, จอย ชวนชื่น, น้องพี มกจ๊ก, ธงธง มกจ๊ก, โก๊ะตี๋ อารามบอย, อ่าง เชิญยิ้ม, อาภาพร นครสวรรค์ กับเรื่องราวของสายลับที่ได้รับมอบปฏิบัติการพิเศษให้แฝงตัวเข้าไปในโรงพยาบาลบ้าเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เพื่อค้นหามือระเบิดที่ประกาศถล่มกรุงให้ได้ทันเวลา ชีวิตทุกคนและอนาคตของเมืองกรุง ถูกแขวนอยู่ในมือของคนบ้า มีเพียงพวกเขาเหล่า พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า เท่านั้นที่จะช่วยเราได้... แน่นอนว่าเหล่าคนไข้ในโรงพยาบาลเป็นนักแสดงตลกทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของผู้สร้างเสียงหัวเราะในประเทศไทยเลยทีเดียว

3. แหยมยโสธร (2548)

          ทำเงินแบบถล่มทลายกันเลยทีเดียวสำหรับ แหยมยโสธร ของ หม่ำ จกม๊ก ที่รับหน้าที่ทั้งกำกับและนำแสดง หนังมีความเฉพาะตัวมาก ๆ ทั้งเรื่องราวและภาพ คือแค่เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นหนังเรื่องอะไร ในเรื่องนี้ หม่ำ ตั้งใจถ่ายทอดความเป็นตัวเองลงไปในคาแรกเตอร์ของตัวละคร นำเสนอทั้งการใช้ภาษาและวิถีชีวิตของคนอีสาน เสื้อผ้าสีเจ็บ ๆ แนวหนังมนต์รักลูกทุ่งยุค 60-70 กับเรื่องราวความรักชวนหัวของสองคู่ ทอง กับ สร้อย และ แหยม กับ เจ้ย ที่กว่าจะลงตัวก็เรียกเสียงหัวเราะของผู้ชมกันไปทั้งเรื่องนั่นแหละ

4. ฟ้าใสใจชื่นบาน (2552)

           จะบอกว่าหนัง ฟ้าใสใจชื่นบาน เป็นหนังตลกก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่หากบอกว่าเป็นหนังที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดูคงไม่ผิดเรื่องแน่ ๆ คนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้เหมือนเป็นโรคไบโพลาร์ ช่วงขำก็ขำเสียจนน้ำตาเล็ด ช่วงซึ้งก็ทำเอาน้ำตาคลอไปด้วย เรียกได้ว่าครบทุกรสชาติจริง ๆ ตัวหนังพูดถึงเรื่องราวที่แฝงไปด้วยแง่คิดและอุดมการณ์เพื่อประชาชน หลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ทราย นิสิตสาวที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์ทางการเมือง ไปเข้าร่วมกับกองทัพปลดแอกของพรรคคอมมิวนิสต์ ทำให้ได้รู้จักกับ ก้อง คิด จอบ และเสียม เพื่อนใหม่ที่ไม่ได้มีจิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติอยู่ในตัว แต่ต้องมาอยู่ท่ามกลางพรรคที่อยู่ภายใต้การปกครองของ เที่ยง ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์แห่งการปฏิวัติ ท่ามกลางความตึงเครียดพวกเขาทั้ง 4 เปลี่ยนเสียงตะโกนปลุกใจเป็นเสียงหัวเราะเฮฮา และสั่นคลอนแนวทางของการปฏิวัติด้วยความตลก การกวาดล้างไล่ล่าอันรุนแรงของฝ่ายรัฐบาล ต้องยอมจำนนกับลีลาการเอาตัวรอดด้วยอารมณ์ขัน... เรียกง่าย ๆ ว่า ฮาป่าแตก นั่นเอง

5. ตั๊ดสู้ฟุด (2550)

          หนังบู๊แนวเจ้าพ่อกับเรื่องราวแก๊งมังกรทอง เมื่อลูกชายและผู้สืบทอดถูกศัตรูเล่นงานจนเจ็บหนัก หัวหน้าแก๊งผู้เป็นพ่อจึงต้องตามหาลูกฝาแฝดอีกคนที่หายตัวไป ทว่านิสัยของเจ้าลูกคนนี้กลับทำลายมาดเจ้าพ่อไปหมดสิ้น เมื่อ อาเทียน ต้องยอมสวมรอยทำตัวแมนแทนอาเต๋าเพื่อรอวันขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งมังกรทอง แถมยังต้องมาทำใจให้รักชะนีสาวอย่าง เพ่ย เพ่ย ลูกสาวเสิ่นปอ แก๊งของอาเต๋าอีก 

6. สายล่อฟ้า (2547)

           ผลงานสุดฮาที่หลายคนจำได้ การพบกันของ เต๋า สมชาย และโหน่ง ชะชะช่า หนังเป็นผลงานของ ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค จึงไม่แปลกใจที่เต็มไปด้วยเรื่องราวการเสียดสี ตลกร้าย และยังสอดแทรกแง่คิดของแต่ละคนเข้าไว้ในหนังด้วย หนังพูดถึงเรื่องราวของ ตุ่น กับ เต่า เพื่อนคู่ซี้สุดกวน ที่เขาไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายหลังจากที่ ตุ่นไปหลงรัก นก หญิงสาวที่ เต่า แนะนำให้ได้รู้จักกัน เงิน 3 ล้านที่ต้องหามาใช้เพื่อแลกกับชีวิตของสาวคนรัก หนังหักมุมไปมาจนคนดูไม่สามารถคาดเดาเรื่องราวตอนจบได้ และหนังเรื่องนี้ยังทำให้เพลงประกอบอย่าง ฉันอยู่ตรงนี้ ของ Black Head โด่งดังจนถึงทุกวันนี้

7. บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม (2547)

          เรียกว่าสร้างความฮือฮาตั้งแต่ถ่ายทำกันเลยทีเดียวสำหรับหนัง บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม ของ หม่ำ จกม๊ก ที่นอกจากฉากแอ็คชั่นที่เล่นเองแล้วยังลงทุนแก้ผ้าเปลือยเปล่าวิ่งรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเลยทีเดียว ในเรื่องนี้ หม่ำ รับบทเป็น วงศ์คม บอดี้การ์ดประจำตระกูล เพชรพันธการ ที่ต้องปกป้องชายชล ทายาทของตระกูลที่กำลังจะถูกลอบสังหาร แน่นอนว่า หม่ำ ไม่ได้มาเพียงคนเดียว ยังพาเพื่อนในวงการตลกมาร่วมทีมอย่างคับคั่ง กลายเป็นหนังแอ็คชั่นปนฮาที่เรียกเสียงหัวเราะได้อย่างลงตัว 

8. หลวงพี่เท่ง (2548)

          เรียกได้ว่าเป็นหนังตลกไทยที่อยู่คู่โรงหนังมาอย่างยาวนานสำหรับ หลวงพี่เท่ง ซึ่งในภาคแรกนี้รับบทโดย เท่ง เถิดเทิง กับเรื่องราวของอดีตนักเลงที่กลับตัวกลับใจมาบวชเป็นพระและมาจำวัดอยู่ในที่ที่ชาวบ้านหมดความศรัทธาในพุทธศาสนา แต่กลับไปเลื่อมใสในเจ้าพ่อร่างทรง การมาของหลวงพี่เป็นเหมือนการกอบกู้ศรัทธาของศาสนาที่ชาวบ้านลืมเลือนไป หนังยิงมุกได้จังหวะประกอบกับการแสดงของ เท่ง เถิดเทิง ทำให้หนังเรื่องนี้เรียกเสียงฮาได้ตลอดทั้งเรื่อง โดยหนัง หลวงพี่เท่ง ยังมีให้ติดตามอีก 4 ภาค ประกอบด้วย หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย (โจอี้ บอย), หลวงพี่เท่ง 3 (น้อย วงพรู), หลวงพี่แจ๊ส 4G (แจ๊ส ชวนชื่น) และภาคล่าสุด หลวงพี่แจ๊ส 5G (แจ๊ส ชวนชื่น) ใครที่ชื่นชอบหลวงพี่ก็ตามดูกันได้ยาว ๆ ซึ่งประเด็นหลัก ๆ ที่หนังนำเสนอนอกจากความสนุกสนานแล้วยังสอดแทรกไปด้วยข้อคิดในการใช้ชีวิตอีกด้วย

9. พี่มากพระโขนง (2556)

          ฉีกตำนานแม่นากพระโขนงของเดิมจนหมดสิ้น สำหรับ พี่มาก.. พระโขนง หนังตลก-ระทึกขวัญ ที่สร้างปรากฏการณ์รายได้ทะลุพันล้านและเป็นหนังไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาล กับการตีความครั้งใหม่ในมุมมองของพี่มาก พร้อม 4 สหายเพื่อนพี่มากที่สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชม หนังยังยึดโครงเรื่องเดิมไว้คือความรักของแม่นากที่มีต่อพี่มาก และฉากไฮไลต์ของหนังอย่างฉากเก็บมะนาว, แม่นากห้อยหัวในโบสถ์, แม่นากยืนอุ้มลูกคอยที่ท่าน้ำ ยังอยู่ครบ มีเพิ่มเติมในส่วนของฉากงานวัด ที่มีทั้งบ้านผีสิงและชิงช้าสวรรค์นั่นเอง สิ่งที่ต่างกันของหนังคงอยู่ที่เรื่องนี้พี่มากรู้อยู่แล้วว่าแม่นากเป็นผี และตั้งใจที่จะอยู่กับแม่นากจริง ๆ

10. หอแต๋วแตก (2550)

           เรื่องราวป่วน ๆ ของ เจ๊แต๋ว เจ๊การ์ตูน เจ๊มดดำ และแพนเค้ก ที่สร้างความเฮฮาปนหลอนให้กับเหล่าชาวหอมาอย่างยาวนาน จนเกิดเป็นจักรวาลหอแต๋วแตก ในภาคแรกนี้หนังเล่าเรื่องของสามกะเทยรุ่นใหญ่อดีตเจ้าของค่ายมวย แต่โดนโกงเลยมาร่วมลงทุนสร้างหอพักชายแต่แล้วเกิดมีคนมาตายในหอกลายเป็นผีออกอาละวาด เขาทั้งสามจะจัดการอย่างไรก่อนที่ผู้เช่าจะย้ายออกไปหมด ต้องไปติดตามชมกันดู บอกได้คำเดียวว่าทั้งฮา ทั้งหลอน กันเลย หนังยังมีภาคแยกออกมาให้ติดตามอีกหลายภาค อาทิ หอแต๋วแตก แหกกระเจิง, หอแต๋วแตก แหกมว๊ากมว๊ากกก, หอแต๋วแตก แหวกชิมิ, หอแต๋วแตก แหกนะคะ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
10 หนังตลกไทย ดูกี่ครั้งก็ฮาน้ำตาไหล โพสต์เมื่อ 23 เมษายน 2563 เวลา 14:14:01 17,772 อ่าน
TOP