
เมื่อพูดถึงภาพยนตร์ในดวงใจใครหลาย ๆ คน หนึ่งในนั้นต้องมีภาพยนตร์ชุดเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นแน่แท้ ด้วยเรื่องราวที่เข้มข้นน่าติดตาม และฉากแฟนตาซีเหนือจินตนาการ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถครองใจคนดูทุกเพศ ทุกวัยได้อย่างง่ายดาย
และในวันนี้กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ รวมเด็ดเกร็ด Harry Potter ฉบับภาพยนตร์ ที่คุณ [D]iffind[O] สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมได้รวบรวมไว้มาให้ได้อ่านกันค่ะ
Harry Potter and The Sorcerer’s Stone


ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
1. อลัน ริคแมน (Alan Rickman) เป็นนักแสดงที่ เจเค โรวลิง (J.K. Rowling) ชี้เป้าให้มารับบท เซเวรัส สเนป นอกจากนั้นเธอยังให้คำแนะนำพิเศษเกี่ยวกับตัวละครนี้รวมถึงเปิดเผยเรื่องราวในอดีตและจุดจบของตัวละครนี้แก่ อลัน ริคแมน อีกด้วย
2. ในฉากระเบียงต้องห้ามถูกถ่ายทำขึ้นที่ห้องสมุดในมหาวิทยาลัย Oxford ซึ่งอันที่จริงมันมีกฎอยู่ว่าห้ามนำวัสดุติดไฟใด ๆ เข้ามาในบริเวณ... กฎนี้ไม่เคยมีใครละเมิดมาถึง 100 ปีก่อนจะมาโดนทำลายโดยกองถ่าย Harry Potter

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
3. ฉากชานชาลาที่ 9 3/4 ถูกถ่ายทำที่ King’s Cross จริง ๆ แต่เป็นระหว่างชานชาลาที่ 4 และ 5
4. บริเวณขอบของกระจกเงาแห่งเอริแซดมีข้อความจารึกไว้ว่า "Erised stra ehru oyt ube cafru oyt on wohsi" ซึ่งสามารถอ่านกลับหลังได้ว่า "I show not your face but your heart\'s desire."
5. ขณะที่หนังภาคแรกกำลังถ่ายทำ Harry potter ฉบับหนังสือเพิ่งตีพิมพ์ออกมาเพียง 4 เล่มเท่านั้น ดังนั้น เจเค โรวลิง จึงต้องเข้ามาให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้ตัวหนังขัดแย้งกับหนังสือที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์ในอนาคต
6. กองถ่ายเคยพยายามจะเข้าไปถ่ายทำฉากหนึ่งของ Hogwarts ภายในโบสถ์ Canterbury ทว่ากลับถูกเจ้าคณะปฏิเสธเนื่องจากไม่ต้องการให้โบสถ์คริสเตียนกลายเป็นสถานที่ช่วยโปรโมทภาพยนตร์เกี่ยวกับพวกแม่มดนอกรีต
7. แต่แรกเริ่มเดิมที Warner Bros. คิดจะทำ Harry Potter ให้ออกมาในรูปแบบของ Animation หรือไม่ก็รอให้หนังสือออกมาครบเสียก่อนแล้วค่อยนำมาเรียบเรียงเนื้อหาใหม่ให้จบใน 1 ภาค เพราะกลัวว่าจะมีปัญหากับอายุของนักแสดงหลักทั้งสามที่อาจจะโตแซงหน้าหนังสือถ้าหากการถ่ายทำไม่เป็นไปตามกำหนด แต่สุดท้าย เจเค โรวลิง ก็ยืนกรานว่าเธอไม่ต้องการให้ Harry Potter ออกมาเป็น Animation หรือให้กลายเป็นหนัง 1 ภาคจบอย่างเด็ดขาด

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
8. ทีมงานพยายามอย่างหนักที่จะทำให้นักแสดงหลักทั้งสามออกมาคล้ายหนังสือมากที่สุด พวกเขาลองให้ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ (Daniel Radcliffe) ใส่คอนแทคเลนส์ตาสีเขียว และให้ เอ็มม่า วัตสัน (Emma Watson) สวมฟันกระต่ายปลอม แต่สุดท้ายไอเดียนี้ก็ยกเลิกไปเพราะ แดเนียล เกิดแพ้คอนแทคเลนส์อย่างรุนแรง และ เอ็มม่า ก็ไม่สามารถพูดให้ชัดได้เมื่อใส่ฟันปลอม
9. ชื่อ ดัมเบิลดอร์ (Dumbledore) มีความหมายว่า "ผึ้งมีขนตัวใหญ่ ๆ" ในภาษาอังกฤษโบราณ

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
10. ร็อบบี้ โคลทราน (Robbie Coltrane) ที่รับบท รูเบอัส แฮกริด เป็นนักแสดงคนแรก ๆ ที่ถูกแคส

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
11. ทอม เฟลตัน (Tom Felton) ไม่เคยอ่านหนังสือชุด Harry Potter มาก่อน ในวัน Audition บทนี้ทีมงานจะถามเด็ก ๆ ที่มาแต่ละคนว่าชอบบทตอนไหนของเดรโก มัลฟอยในหนังสือมากที่สุด เมื่อถึงตาของ ทอม เขาจึงตอบว่าตอบฉากที่กริงกอตส์มากที่สุด ซึ่งนั้นเป็นคำตอบที่เด็กคนก่อนหน้าเขาเพิ่งตอบ ทีมงานเห็นดังนั้นจึงเข้าใจได้ทันทีว่าไอ้เด็กคนนี้แหละเหมาะกับบทที่สุด

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
12. บทในช่วงย้อนอดีตตอนลอร์ดโวลเดอมอร์ สังหารครอบครัวพอตเตอร์ ถูกยกให้เป็นหน้าที่ เจเค โรวลิง เพราะทีมงานคิดว่ามีแต่เธอที่รู้ดีที่สุดว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น

13. เจเค โรวลิง เผยว่าเธอได้รับการเสนอให้เล่นบทของ ลิลี่ พอตเตอร์ แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจปฏิเสธไปโดยไม่บอกเหตุผล
14. ภาพยนตร์ภาคแรกนี้ถูกฉายในทุกประเทศในชื่อ Harry Potter and the Philosopher’s Stone ยกเว้นแค่ที่ สหรัฐอเมริกามันถูกเปลี่ยนเป็น Sorcerer’s Stone แทนเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อหนังสือที่ถูกวางขายในอเมริกา ดังนั้นทุกฉากในหนังที่มีการเอ่ยถึงศิลาอาถรรพ์จึงต้องถ่ายทำถึงสองครั้งด้วยชื่อเรียกที่แตกต่างกัน

15. เจเค โรวลิง ได้ขอร้องฝ่ายศิลป์ให้จัดรอยแผลเป็นบนหน้าผากของแฮร์รี่ ไม่ให้อยู่ตรงกลาง เนื่องจากผู้อ่านมักจะคิดว่ารอยแผลอยู่ตรงกลางหน้าผากทั้ง ๆ ที่ในหนังสือก็ไม่เคยมีการระบุว่ามันอยู่บริเวณไหนกันแน่
16. ร็อบบี้ โคลทราน ก็เป็นอีกคนที่ เจเค โรวลิง ชี้เป้าให้มาเล่นเป็น แฮกริด

17. อาหารทั้งหมดในฉากห้องโถงคือของจริง และถูกจัดเตรียมไว้ให้ใกล้เคียงกับในฉบับหนังสือที่สุด อาหารที่เป็นเนื้อถูกเปลี่ยนทุก ๆ สองวัน ส่วนที่เป็นผักถูกเปลี่ยนวันละสองครั้ง

18. แมวที่แสดงเป็นศาสตราจารย์มักกอนนากัล วิ่งหนีไประหว่างการถ่ายทำ และกลับมาในกองถ่ายอีกครั้งในอีกสองวันให้หลัง

19. เดวิด ธิวลิส (David Thewlis) ที่แสดงเป็น รีมัส จอห์น ลูปิน เคยถูกวางตัวไว้กับบท ศาสตราจารย์ ควีเรลล์ มาก่อน
20. แดเนียล แรดคลิฟฟ์ รู้ข่าวว่าตัวเองได้รับเลือกในบท แฮร์รี่ พอตเตอร์ ขณะกำลังอยู่ในอ่างอาบน้ำ

21. เจเค โรวลิง มีความต้องการให้นักแสดงในเรื่องเป็นชาวอังกฤษทั้งหมด เธอเกือบสมหวังเพราะมีเพียงสองคนเท่านั้นที่ไม่ใช่ หนึ่งคือ ริชาร์ด แฮร์ริส (Richard Harris) เป็นคนไอริช และ โซ วานาเมคเกอร์ (Zoe Wanamaker) เป็นคนอเมริกัน

22. เทียนลอยได้ในฉากห้องโถงแต่เดิมมันถูกทำขึ้นมาจริง ๆ โดยการสร้างบล็อกรูปเทียนที่ใส่น้ำมันไว้ด้านในให้ไฟลุกไหม้ตลอดเวลาแล้วขึงเข้ากับสลิงเพื่อสร้างกลไกให้มันลอยขึ้นลงได้ ทว่ามันดันเกิดอุบัติเหตุมีเทียนเล่มหนึ่งหลุดลงมาไหม้พื้น โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่หลังจากนั้นทีมงานก็ตัดสินใจเอาเทียนจริงทั้งหมดออกแล้วใช้ CGI (Common Gateway Interfaces) ในฉากนี้แทน

23. ในฉบับหนังสือ เฮอร์ไมโอนี่ แก่ที่สุดในสามสหายแต่ในชีวิตจริง เอ็มม่า วัตสัน กลับเด็กที่สุดในกลุ่ม

ภาพจากเฟซบุ๊ก harrypottermovie
24. บรรดานักแสดงเด็ก ๆ จะต้องเอาการบ้านจริง ๆ มาทำในฉากเพื่อสร้างบรรยากาศของโรงเรียนให้ดูสมจริง
Harry Potter and the Chamber of Secret


1. แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ได้สัญญาค่าตัวในตอนแรกเพียงแค่ประมาณ 181,500 เหรียญ แต่เวลาต่อมากลุ่มสมาคมนักแสดงได้เข้าไปเจรจากับสตูดิโอให้ ผลคือเขาได้รับการปรับค่าตัวเป็น 3,000,000 เหรียญเลยทีเดียว
2. ในช่วงถ่ายทำ เอ็มม่า วัตสัน ได้นำหนูแฮมสเตอร์ของเธอที่ชื่อ "Millie" มาที่กองถ่ายบ่อย ๆ แต่ว่าโชคร้ายที่หลังจากเริ่มถ่ายทำได้ไม่นานมันก็ตายไป ฝ่ายวัสดุอุปกรณ์จึงได้สร้างโลงศพแฮมสเตอร์แบบพิเศษขึ้นมาพร้อมกับสลักไว้ด้วยถ้อยคำอาลัยและชื่อ "Millie" บนฝาโลง เพื่อมอบให้แก่เธอ

3. รถยนต์ Ford Anglias 14 คันถูกทำลายลงในฉากที่ แฮร์รี่ และ รอน ขับมันไปชนกับต้นวิลโลว์จอมหวด
4. โมเดลนักแสดงขนาดเต็มตัวถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในฉากที่ตัวละครเหล่านั้นถูกสาปเป็นหิน
5. แม้ว่าหนังสือภาคนี้จะสั้นเป็นอันดับสองในซีรีส์แต่มันกลับเป็นภาพยนตร์ภาคที่ยาวที่สุด ในขณะที่ Harry Potter and the Order of the Phoenix นั้นเป็นหนังสือที่ยาวที่สุดแต่กลับเป็นภาพยนตร์ภาคที่สั้นที่สุดเป็นลำดับสอง
6. ริชาร์ด แฮร์ริส (Richard Harris) เสียชีวิตไม่กี่สัปดาห์ก่อนภาพยนตร์จะออกฉาย

7. สร้อยคอโอปอลที่เป็นวัตถุต้องสาปชิ้นสำคัญใน Harry Potter and the Half-Blood Prince ปรากฏอยู่ในตู้โชว์ในฉากของร้าน บอร์เจ็น และ เบิร์กส์ (Borgin and Burkes)


9. ครั้งแรกที่ ริชาร์ด แฮร์ริส ได้เห็นโมเดลนกฟีนิกซ์ ฟอกส์ ที่ขยับได้เขานึกว่ามันมีชีวิตจริง ๆ

10. ในฉบับหนังสือไม่ได้มีการบรรยายลักษณะของผมบรอนด์ยาวและไม้เท้าที่ซ่อนไม้กายสิทธิ์ไว้ด้านในของ ลูเซียส มัลฟอย (Lucius Malfoy) ไว้ ทั้งหมดคือไอเดียของ เจสัน ไอแซคส์ (Jason Isaacs) ผู้รับบทล้วน ๆ

11. ขณะที่หลาย ๆ คนคิดว่าคาแรคเตอร์ กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต (Gilderoy Lockhart) นั้น เจเค โรวลิง นำต้นแบบมาจากสามีเก่าของเธอ แต่เธอก็มาเปิดเผยภายหลังว่าไม่ใช่แบบนั้น เพราะเธอเขียนขึ้นมาจากลักษณะคนประเภทเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางที่เธอไม่ชอบต่างหาก
12. ฮิวจ์ แกรนท์ (Hugh Grant) เกือบจะได้มารับบท กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต อยู่แล้วแต่ดันมีปัญหาเรื่องคิวงานในวินาทีสุดท้าย

13. เจสัน ไอแซคส์ ถึงกับต้องกลับไปดูการแสดงของ ทอม เฟลตัน ในภาคก่อนเพื่อนำมาเป็นต้นแบบว่าเขาควรจะแสดง ลูเซียส มัลฟอย ออกมายังไง

14. ดนตรีในฉากการปะทะกันในศึกควิดดิทช์ระหว่าง มัลฟอย กับ แฮร์รี่ เป็นดนตรีเดียวกับฉากการแข่ง Speeder ใน Star Wars : Attack of the Clones
15. ในช่วงสุดท้ายของการถ่ายทำโปรดิวเซอร์ของเรื่องอย่าง เดวิด เฮย์แมน (David Heyman) ได้ไปเยี่ยม ริชาร์ด แฮร์ริส ที่โรงพยาบาล และพบว่าเขานั้นสุขภาพย่ำแย่เอามาก ๆ เฮย์แมน ได้บอกกับ แฮร์ริส ว่าบท ดัมเบิลดอร์ จะต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น และจะไม่มีการหานักแสดงคนใหม่ แต่โชคร้ายที่หลังจากนั้นไม่นาน แฮร์ริส ก็จากไป

16. แฟน ๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์ จำนวนมากลงทุนไปดูหนัง Scooby-Doo (2002) เพียงเพื่อต้องการจะดูตัวอย่างหนังของ Harry Potter ภาคนี้
17. Harry Potter and the Chamber of Secret คือหนังสือเล่มโปรดของ แดเนียล แรดคลิฟฟ์
18. ฉากห้องทำงานของ ดัมเบิลดอร์ คือฉากที่แพงที่สุดในเรื่อง
19. Harry Potter and the Chamber of Secret กลายเป็นหนังเรื่องแรกที่ขายในรูปแบบ DVD ได้ถึงล้านแผ่นในสัปดาห์เดียว
20. ฉากนิตติ้งถักตัวเองในบ้านโพรงกระต่ายถ่ายทำจากการถักจริง ๆ โดยมีทีมงานคนหนึ่งไปขอร้องให้แม่ของเขามานั่งถักนิตติ้งในกองถ่ายกว่าชั่วโมงเพื่อถ่ายมันออกมา
21. มีหนังในชุด Harry Potter เพียงสองภาคเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าชิงออสการ์สาขาใด ๆ เลย หนึ่งคือภาคนี้และสองคือ Harry Potter and the Order of the Phoenix
22. ก่อนหนังจะฉายหนึ่งเดือนก็ทำรายได้ไปแล้วถึง 1,000,000 ปอนด์จากการขายตั๋วล่วงหน้า
23. บทในตอนจบของเรื่องแต่เดิมถูกเขียนไว้ให้ เฮอร์ไมโอนี่ ต้องกอดเพื่อนทั้งสองคนพร้อมกัน แต่ ณ เวลานั้น เอ็มม่า ค่อนข้างอายที่จะกอดเด็กผู้ชายต่อหน้าทีมงานจำนวนมาก คริส โคลัมบัส (Chris Columbus) จึงอนุญาตให้เธอเปลี่ยนบทได้ เราจึงได้เห็นตอนจบกลายเป็นว่า เฮอร์ไมโอนี่ กอด แฮร์รี่ ก่อน จากนั้นขณะที่จะหันไปกอดรอนทั้งคู่ก็ประหม่าแล้วเปลี่ยนมาจับมือแทน เอ็มม่าได้มาเผยภายหลังว่าในตอนที่เธอกอดแดเนียล จริง ๆ มันใช้เวลาเพียงนิดเดียวแต่ถูกตัดต่อให้มันดูนานขึ้นเท่านั้นเอง

24. ในฉากตอนท้ายระหว่าง ลูเซียส มัลฟอย กับ แฮร์รี่ ที่ระเบียงทางเดิน หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า ลูเซียส มัลฟอย กำลังจะสาป แฮร์รี่ ด้วยคาถาพิฆาต Avada Kedavra ซึ่งจะเห็นปากนักแสดงพูดเป็นคำว่า "Avada…" ก่อนจะถูกด๊อบบี้ยิงคาถาใส่จนล้ม

25. เป็นความต้องการของผู้กำกับ คริส โคลัมบัส ที่จะให้เคลื่อนกล้องให้เหมือนงูในการถ่ายทำมุมมองของ บาซิลิสก์ (Basillisk)
26. ลูกเล่นการสลับชื่อ "Tom Marvolo Riddle" ให้กลายเป็น "I am Lord Voldemort" ถูกปรับให้เข้ากับภาษาต่าง ๆ มากมาย
Harry Potter and the Prisoner of Azkaban


1. ในช่วงแรกที่ อัลฟอนโซ กวารอน (Alfonso Cuaron) เข้ามารับหน้าที่กำกับภาพยนตร์ภาคนี้ เขาได้มอบหมายให้นักแสดงนำทั้งสามคือ แดเนียล แรดคลิฟฟ์, รูเพิร์ต กรินท์ และ เอ็มม่า วัตสัน เขียนเรียงความเกี่ยวกับตัวละครที่ตนเองแสดงมาส่ง ผลสุดท้าย เอ็มม่า เขียนมา 16 หน้า แดเนียล เขียนมา 1 หน้า ส่วน รูเพิร์ต ไม่ได้เขียนอะไรมาเลยโดยให้เหตุผลว่าถ้าเป็นรอนก็คงจะไม่ทำเหมือนกัน

2. อัลฟอนโซ กวารอน ได้เสนอไอเดียกับฝ่ายศิลป์ว่าช่วงที่ผู้คุมวิญญาณบุกรถไฟสายฝนที่กำลังตกมันควรจะเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง (ICE) ทว่าฝ่ายศิลป์ดันได้ยินผิดเป็นคำว่า (EYES) ซึ่ง กวารอนเองก็มาทราบทีหลังเมื่อตอนที่นั่งดู Story Board ของฉากนี้แล้วเห็นภาพลูกตาตกลงมาจากฟ้าเต็มไปหมด !
3. ในฉากที่แฮร์รี่ โดนผู้คุมวิญญาณโจมตีตอนท้ายเรื่องแล้ว แฮร์รี่ ต้องทำท่าหวาดกลัวสุด ๆ อัลฟอนโซ กวารอน ได้แนะนำกับ แดเนียล ว่าให้นึกว่ากำลังเห็น คาเมรอน ดิแอซ (Cameron Diaz) ในชุด G-String ยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้วกัน สุดท้ายมันได้ผล
4. ปู่เอียน แม็คเคลเลน เคยโดนทาบทามให้ไปเล่นเป็นดัมเบิลดอร์ในภาค 3 แต่ปู่แกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า "ปู่ขอเป็นไอ้แก่ในตำนานเรื่องเดียวก็พอ (หมายถึงเป็นแกนดัฟท์ใน The Lord of the Rings) สองเรื่องมันมากไปปู่รับไม่ไหวว่ะ ! "

5. แกรี โอลด์แมน (Gary oldman) ซื้อกีต้าร์ไฟฟ้าให้เป็นของขวัญแก่ แดเนียล ตอนที่ทั้งคู่เจอกันครั้งแรก

6. เป็นความคิดของกวารอนเองที่ต้องการให้ตัวละครในเรื่องใส่ชุดอื่น ๆ บ้างนอกจากเครื่องแบบนักเรียนเพื่อเป็นการสื่อถึงลักษณะนิสัยของแต่ละคน และช่วยเพิ่มความสมจริงให้เนื้อหา
7. อัลฟอนโซ กวารอน ไม่เคยอ่านหนังสือชุดนี้มาก่อน หนังสองภาคแรกเขาก็ไม่เคยดูในตอนที่ได้รับข้อเสนอให้มากำกับหนังภาคนี้

8. ดัดลีย์ เดอร์สลีย์ ไม่ได้พูดแม้แต่ประโยคเดียวในภาคนี้ สิ่งที่เขาได้ทำมีแค่หัวเราะกับทีวี และทำหน้าประหลาดใจสองสามทีเท่านั้น

9. แกรี โอลด์แมน ได้เปิดเผยว่า เขาตกลงรับบท ซิเรียส แบล็ก เพียงเพราะ ณ เวลานั้นเขาต้องการงานอย่างมากเนื่องจากตัวเขาเองว่างงานมาเป็นปีแล้ว
10. ลายสักบนตัว ซิเรียส แบล็ก ถูกหยิบยืมมาจากลายสักของแก๊งหนึ่งในคุกประเทศรัสเซีย
11. ภาคนี้เป็นภาคเดียวที่ไม่มีการปรากฏตัวของลอร์ดโวลเดอมอร์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเลย
12. นับตั้งแต่ ไมเคิล แกมบอน เริ่มรับบท ดัมเบิลดอร์ ครั้งแรกในภาคนี้จนกระทั่งจบ เขาเองไม่เคยอ่านหนังสือเลยแม้แต่เล่มเดียว

13. ฉากส่วนใหญ่ในเรื่องถูกถ่ายทำขึ้นที่สกอตแลนด์
14. ขนมหวานส่วนใหญ่ในร้าน ฮันนี่ดุ๊กส์ (Honeydukes) ถูกบอกเอาไว้ว่าทาแลคเกอร์เคลือบเอาไว้ ในความเป็นจริงคือมันไม่ได้ถูกเคลือบอะไรไว้ทั้งนั้นแต่ต้องบอกไว้เช่นนั้นเพราะทีมงานกลัวมันจะถูกขโมยกินไประหว่างถ่ายทำ
15. อัลฟอนโซ กวารอน เสนอไอเดียในการปรับปรุงฉากส่วนใหญ่ของฮอกวอตส์ เพื่อให้มันออกมาดูเป็นสถานที่จริง ๆ มากกว่าแค่ฉากที่ถูกเซตขึ้น
16. เป็นภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคสุดท้าย ที่มีการจัดจำหน่ายในรูปแบบวิดีโอ
17. มีการพยายามเปลี่ยนแปลงคอสตูมของนักแสดงเกือบทั้งหมดในเรื่องให้ออกมาดูร่วมสมัยมากขึ้น ตั้งแต่ เสื้อคลุมของตัวละคร เครื่องแบบใหม่ ชุดแข่งควิดดิทช์ใหม่ แต่มีชุดของตัวละครตัวเดียวที่ยังคงเดิมคือชุดของสเนป

8. เอ็มมา ทอมสัน (Emma Thopson) ตกลงรับบทศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ เพื่อลูกสาววัย 4 ขวบของเธอ ในขณะที่ตัวเลือกแรกของบทนี้คือ ทิลดา สวินตัน (Tilda Swinton) แต่เธอก็ปฏิเสธไปในภายหลัง

19. ซีกเกอร์สของบ้านฮัฟเฟิลพัพ (Hufflepuff) ในฉากการแข่งควิดดิทช์คือ เซดริก ดิกกอรี่ (Cedric Diggory) จะเห็นได้ว่าสองคนนี้เค้าเป็นคู่แข่งกันมาก่อนจะเข้าร่วมประลองเวทย์ไตรภาคีเสียอีก

20. ทีมงานใช้เวลาถึง 6 เดือนในการออกแบบและสร้างผู้คุมวิญญาณด้วย CGI ซึ่งในตอนแรกพวกเขาจะทำมันด้วยการใช้เทคนิคหุ่นเชิดแต่ผลออกมาไม่ค่อยเวิร์ค
21. เนเธอแลนด์ถึงกับต้องจัดเรทติ้ง "Not Under 9" ขึ้นมาใหม่เพื่อหนังภาคนี้ เพราะเจ้าหน้าที่คิดว่ามันน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็ก 6 ขวบ และเรตติ้งถัดไปอย่าง "Not Under 12" มันก็ดูจะมากเกินไปหน่อย
22. ในฉากแรกที่แผนที่ตัวกวนปรากฏในหนัง เราจะเห็นชื่อของ "นิวต์ สคาแมนเดอร์ (Newt Scamander)" ปรากฏอยู่ในแผนที่ด้วย
23. เป็นภาพยนตร์ภาคเดียวของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ทำรายได้ทั่วโลกไม่ถึง 800 ล้านเหรียญ
24. แต่แรก คริส โคลัมบัส เคยถูกวางตัวจะให้กำกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ยาว ๆ จนจบเลยทีเดียว
25. แมวเปอร์เซียสองตัวชื่อ Crackerjack และ Pumpkin ถูกนำมาใช้แสดงเป็น ครุกแชงก์ (Crookshanks)
26. นอกจาก เอียน แม็กเคลเลน แล้ว คริสโตเฟอร์ ลี (Christopher Lee) ก็ยังเคยถูกทาบทามให้มารับบท ดัมเบิลดอร์ เช่นกัน

27. กิลเลอร์โม เดล โตโร (Guillermo del toro) เป็นอีกคนที่เคยถูกเสนอให้มากำกับหนังภาคนี้แต่เขาก็ปฏิเสธไปเพราะอยากทำ Hellboy มากกกว่า อย่างไรก็ตาม เดล โตโร นั้นก็เป็นเพื่อนสนิทกับกวารอน และเมื่อเขาทราบข่าวว่ามีการยื่นข้อเสนอให้กวารอน เขาก็รีบบอกให้เพื่อนรักรับงานนี้ทันที
28. คริส โคลัมบัส ที่ผันตัวมาเป็นโปรดิวเซอร์ แทนได้เสนอตำแหน่งผู้กำกับแก่ กวารอน หลังจากเขาได้ชมภาพยนตร์เรื่อง A Little Princess ของ กวารอน
29. หลังจากฉากที่สุภาพสตรีอ้วนบอกว่า ซิเรียส แบล็ก เข้ามาในปราสาทแล้ว ฉากถัดไปจะเป็นฉากการปิดประตูใหญ่หน้าปราสาท เราจะแอบเห็นได้ว่าพระจันทร์กำลังเต็มดวงนอกจากนั้นยังมีเสียงหอนของลูปินในร่างมนุษย์หมาป่าแทรกมาอีกด้วย
30. ระหว่างเทค เอ็มม่า วัตสัน ชอบที่จะเล่นกับผมของ อัลฟอนโซ กวารอน เพราะว่าผมของเขามันยาวดี "ฉันถือว่าเป็น Hairstylist อย่างไม่เป็นทางการของเขาเลยล่ะ" เอ็มม่า กล่าวทิ้งท้าย
Harry Potter and the Goblet of Fire


1. ในเทคแรก ๆ ของ เอ็มม่า วัตสัน ในชุดเดรสงานราตรีเธอมักจะพลาดสะดุดชายกระโปรงและกลิ้งตกบันไดลงมาบ่อย ๆ
2. ผู้กำกับของหนังภาคนี้อย่าง ไมค์ นิวเวลล์ (Mike Newell) ไม่เคยรู้มาก่อนว่า อลัน ริคแมน สวมคอนแทคเลนส์สีดำเสมอเวลาเข้าฉากเป็น สเนป จนกระทั่งวันนึงเขาไปพูดชม อลัน ริคแมน ว่าคุณมีตาสีดำที่สวยจริง ๆ เมื่อได้ยินดังนั้น อลัน ริคแมน จึงถอดคอนแทคเลนส์ข้างหนึ่งออกมาให้เขาดู
3. ในการถ่ายทำฉากภารกิจที่สองของการประลองเวทย์ไตรภาคี ได้มีการสร้างแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ขึ้นแล้วขึง Blue Screen รอบ ๆ แท็งก์ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ต้องใช้เวลาอยู่ในน้ำตั้งแต่การฝึกดำน้ำจนถึงการถ่ายทำจริงทั้งหมดเป็นเวลาถึง 41 ชั่วโมง 38 นาที และมีครั้งหนึ่งที่เขาเกือบจะจมน้ำไปจริง ๆ จนทำให้ทีมงานตื่นตกใจ และต้องรีบพาเขาขึ้นจากแท็งก์เป็นการใหญ่ แต่สุดท้ายการถ่ายทำก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

4. มีการสร้างโมเดลมังกรขนาดเท่าตัวจริงขึ้นมาอย่างน้อยหนึ่งตัวเพื่อใช้ถ่ายทำแถมมันยังติดตั้งอุปกรณ์สำหรับพ่นไฟไว้อีกด้วย


6. เอลฟ์ประจำบ้านอย่าง ด๊อบบี้ (Dobby) และ วิงกี้ (Winky) โดนตัดออกจากหนังด้วยความจำเป็นบางอย่าง แต่ถ้าหากคุณสังเกตดี ๆในฉากลานตั้งแคมป์ใน World Cup คุณจะเห็นเอลฟ์ทั้งสองกำลังขี่ตัวลามะอยู่ แต่คุณจะต้องตาดีนิดนึงเพราะมันผ่านไปไวมากกกกก

7. ในฉากที่คู่แฝด เฟร็ด และ จอร์จ วีสลีย์ กำลังจะเอาชื่อไปใส่ในถ้วยอัคนี เฮอร์ไมโอนี่กำลังนั่งอ่าน Harry Potter ฉบับ UK อยู่

8. สแตนิสลาฟ เอียนเนฟสกี (Stanislav Ianevski) ผู้รับบท วิคเตอร์ ครัม (Victor Krum) มีบทพูดเพียงสองบรรทัด ความยาวรวมกันแค่ 20 คำเท่านั้น
9. ไมค์ นิวเวลล์ ได้รับค่าจ้างในการถ่ายทำเพียง 1 ล้านเหรียญเท่านั้น ในขณะที่ คริส โคลัมบัส เคยได้รับถึง 10 ล้าน บวกด้วยเปอร์เซ็นต์จากรายได้ของภาพยนตร์เป็นค่าจ้างในการถ่ายทำ Harry Potter and the Sorcerer’s Stone

10. นักแสดงนำทั้งสามต้องไปเข้าคอร์สเรียนการเต้นรำโดยเฉพาะเพื่อถ่ายทำฉากงานเลี้ยง สำหรับ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ นี่คืองานใหญ่ของเขาเพราะเขาไม่ถนัดเอาเสียเลย ดังนั้นกล้องจึงต้องจับภาพเขาตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไปเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เห็นสเตปเท้าที่ย่ำแย่ของ แดเนียล อันที่จริงเรื่องนี้อาจจะถูกต้องแล้วเพราะในฉบับนิยายตัว แฮร์รี่ เองก็เป็นนักเต้นรำที่แย่มากเหมือนกัน
11. แต่แรกเริ่มเดิมทีสตูดิโอ ต้องการจะตัดแบ่งหนังภาคนี้ออกเป็นสองภาคเนื่องจากเนื้อหามันค่อนข้างจะยาวมาก แต่ก็เป็น ไมค์ นิวเวลล์ ที่ยืนกรานว่าเขาสามารถตัดทอนเนื้อหา และดัดแปลงให้มันสมกับเป็นภาพยนตร์ได้โดยมี อัลฟอนโซ กวารอน ผู้กำกับงภาคก่อนให้การสนับสนุนและคำปรึกษาเต็มที่

12. ในฉบับหนังสือ ปาราวตี พาติล (Parvati Patil) เป็นเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ (Gryffindor) และแฝดของเธอ ปัทมา พาติล (Padma Patil) เป็นเด็กบ้านเรเวนคลอ (Ravenclaw) แต่ในภาพยนตร์เด็กทั้งสองอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ทั้งคู่ และแสดงโดยเด็กที่ไม่ได้เป็นฝาแฝดกัน

13. Costume Designer อย่าง เจนี่ ทีไมม (Jany Temime) ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ชุดเดรสของ เฮอร์ไมโอนี่ ออกมาดูดีและสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมมากที่สุด เธอได้แรงบันดาลใจมาจาก Cinderella และต้องปรับปรุงแก้ไขมันเป็นสิบ ๆ ครั้งกว่าจะเจอแบบที่พอใจ และตัว เอ็มม่า วัตสัน ก็กังวลทุกครั้งที่ต้องสวมชุดนี้เพราะเธอกลัวอย่างมากว่าจะทำมันขาด

14. ตามบทดั้งเดิมในหนังภาคนี้จะต้องมีบทของ เพอร์ซี่ วีสลีย์ (Percy Wesley) ปรากฏอยู่ด้วย แต่ด้วยสัญญาที่นักแสดง คริส แรนคิน (Chris Rankin) ทำเอาไว้ระบุว่าเขาจะได้เล่นหนังชุด Harry เป็นจำนวนทั้งสิ้น 4 ภาค ใน 3 ภาคแรกเขาได้ปรากฏตัวไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงขอร้องสตูดิโอว่าอยากจะไปเล่นในภาพยนตร์ภาคต่อไปอย่าง Order of The Phoenix ที่เป็นตอนโปรดของเขามากกว่า

15. เป็นภาพยนตร์ภาคเดียวที่ไม่มี จูลี่ วอลเตอร์ส (Julie walters) ในบท มอลลี่ วีสลีย์ (Molly Wesley)

16. ที่แท่นหินหลุมศพของตระกูลริดเดิ้ล จะมีปรากฏชื่อของ โทมัส และ แมรี่ ริดเดิ้ล ซึ่งเป็น พ่อและแม่ของ ทอม ริดเดิ้ล อยู่ ข้อมูลนี้มาจาก เจเค โรวลิง เพราะมันไม่เคยมีปรากฏอยู่ในฉบับหนังสือ
17. เป็นภาพยนตร์ภาคแรกในชุดที่ไม่ได้เปิดฉากที่ตัว แฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่ไปเริ่มที่บ้านของ ริดเดิ้ล แทน

18. มีเด็กสาวกว่า 3,000 คนมาร่วม Audition ในบท โช แชง (Cho Chang)
19. ในขณะ แคที เลียง (Katie Leung) ไม่ได้ตั้งใจจะไป Audition แต่แรก มันเป็นเรื่องบังเอิญที่พ่อของเธอได้ข่าวว่าจะมีการ Audition เธอจึงลองไปทดสอบดูหลังจากไปช้อปปิ้งเสร็จ
20. ฉากรั้ววงกฎเคลื่อนไหวได้ในภารกิจที่ 3 สร้างขึ้นจากไอเดียที่ไม่ได้นำมาใช้ในภาพยนตร์เรื่อง The Shining ของ สแตนลีย์ คูบริก (Stanley Kubrik) ซึ่งบทภาพยนตร์ The Shining เขียนโดย สตีเฟน คิง (Stephen King) ที่เป็นแฟนเดนตายของ เจเค โรวลิง
21. จากคำแนะนำของ เจเค โรวลิง ทำให้ในหนังภาคนี้มีสัญลักษณ์ของเครื่องรางยมทูตปรากฏอยู่ถึงสองครั้ง ครั้งแรกในฉากห้องทำงานของ ดัมเบิลดอร์ ในขณะที่เขากำลังอธิบายเรื่อง เพนซีฟ (Pensieve) สังเกตในตู้กระจกจะมีอุปกรณ์ที่มีรูปร่างแบบเครื่องรางยมทูต ส่วนครั้งที่สองคือฉากที่ ดัมเบิลดอร์ ใช้ไม้กายสิทธิ์ขยายเสียงหลังจบภารกิจที่ 2 เราจะเห็นที่ด้ามของไม้กายสิทธิ์ ดัมเบิลดอร์ มีแถบสีขาวและสัญลักษณ์ของเครื่องรางยมทูตปรากฏอยู่
22. อัลฟอนโซ กวารอนได้รับข้อเสนอให้มากำกับ Goblet of Fire ต่อ แต่เขาปฏิเสธเนื่องจากกำลังทุ่มเทให้กับช่วง Post-Production ของ Prisoner of the Azkaban
23. ม้วนฟิล์มที่ถูกส่งไปโรงฉายถูกแปะป้ายไว้ในชื่อ "Happy Day" เพื่อป้องกันการถูกขโมย
24. ในหนังเราจะเห็นว่าวิทยาลัยเวทมนตร์โบซ์บาตง (Beauxbatons) เป็นโรงเรียนหญิงล้วน และ เดิร์มสแตรงก์ (Durmstrang) เป็นโรงเรียนชายล้วน ในขณะที่ฉบับหนังสือทั้งสองโรงเรียนต่างมีทั้งนักเรียนชายและหญิง
25. ไมค์ นิวเวลล์ ปฏิเสธข้อเสนอในการกำกับหนังเรื่อง Constant Gardener เพื่อมากำกับ Goblet of Fire โดยที่ทั้งสองเรื่องมี ราล์ฟ ไฟนส์ เป็นนักแสดงนำเหมือนกัน
Harry Potter and the Order of the Phoenix

1. ในฉากที่ แฮร์รี่, รอน และ เฮอร์ไมโอนี่ นั่งคุยกันหลังจากที่ แฮร์รี่ เพิ่งจูบกับ โช แชง มา ช่วงท้ายของฉากจะเห็นว่าทั้งสามคนหัวเราะออกมาซึ่งจริง ๆ มันไม่มีอยู่ในบทแต่ผู้กำกับกลับเห็นว่ามันดูน่ารักดีเลยตัดสินใจเก็บเอาไว้
2. ระหว่างการถ่ายทำ Order of the Phoenix อลัน ริคแมน ได้สั่งห้ามไม่ให้ แมทธิว ลูวิส (Matthew Lewis) ผู้รับบท เนวิลล์ ลองบอตทอม และ รูเพิร์ต กรินท์ เข้าไปใกล้รถ BMW คันใหม่ของเขาในระยะ 5 เมตร เนื่องจากเมื่อตอนถ่ายทำภาคก่อนหน้าทั้งคู่เคยทำ Milkshake หกใส่รถของเขามาก่อน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
3. ภาคนี้เป็นภาคแรกที่มีการใช้ไม้กายสิทธิ์ต่อสู้อย่างจริงจังดังนั้นจึงมีการคิดค้น "ศิลปะการต่อสู้โดยใช้ไม้กายสิทธิ์" (Wand Choreographer) ขึ้นมาโดย พอล แฮร์รีส (Paul Harris) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการออกแบบท่าเต้น โดยรูปแบบการต่อสู้ที่คิดค้นขึ้นมานั้นจะประกอบด้วยการร่ายเวทมนตร์ด้วยคาถาต่อเนื่อง 5 คาถาอย่างเป็นจังหวะ จากนั้นจึงปรับให้เข้ากับสไตล์ของตัวละครแต่ละตัว เช่น ของ ลูเซียส มัลฟอย จะเป็นสไตล์พิธีการ ส่วนของ ซิเรียส แบล็ก จะเป็นสไตล์การต่อสู้ข้างถนน เป็นต้น

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
4. อิแวนน่า ลินช์ (Evanna Lynch) เอาชนะเด็กสาวกว่า 15,000 คนที่มา Auditions ในบท ลูน่า เลิฟกู๊ด (Luna Lovegood) ซึ่งในการ Audition ในรอบสุดท้ายจะมีเด็กที่ผ่านเข้ามา 29 คน อิแวนน่า ลินช์ เป็นเด็กคนที่ 9 แต่เมื่อเธอเข้ามาในห้อง Auditions โดยที่ยังไม่ทันได้พูดอะไร หนึ่งในโปรดิวเซอร์อย่าง เดวิด แบร์รอน (David Barron) ก็บอกทันทีว่า "แม่หนูคนนี้มัน ลูน่า เลิฟกู๊ด ชัด ๆ"
อันที่จริงมีเรื่องราวก่อนที่ ลินช์ จะได้มา Auditions เล็กน้อย เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ช่วงหนังสือ Order of the Phoenix กำลังจะวางแผง ตัว ลินช์ นั้นเรียกว่าเป็นแฟนตัวยงของหนังสือชุดนี้ และเธอก็กลัวมากว่าจะพลาดการไปงานเปิดตัวหนังสือและได้รับลายเซ็นจาก เจเค โรวลิง เพราะช่วงนั้นเธอกำลังเข้ารับการบำบัดโรค Anorexia (โรคคลั่งผอม) ที่โรงพยาบาลอยู่ อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลได้อนุญาตให้เธอสามารถไปร่วมงานเปิดตัวได้ในช่วงเช้า และเธอก็ได้รับลายเซ็นในที่สุดพร้อมกับคำแนะนำจาก เจเค โรวลิง ว่า "ถ้าหนูหายขาดจาก Anorexia จะลองไป Audition บท ลินช์ ดูก็ได้นะ" จาดคำแนะนำของ เจเค โรวลิง ทำให้ ลินช์ รักษาตัวจนหายขาด กลับไปเรียนและเข้าคอร์สการแสดงเพิ่มเติม สุดท้ายเธอเข้ารับ Audition จนชนะมาได้ในที่สุด

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
5. แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ได้เสนอไอเดียกับผู้กำกับว่าในฉากที่เขาสอนเพื่อน ๆ ในกองทัพดัมเบิลดอร์ตัวแฮร์รี่ น่าจะใส่ชุดคล้าย ๆ กับ ศาสตราจารย์ลูปิน ซึ่งเป็นอาจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่เค้าเคารพมากที่สุดเพื่อเป็นการให้เกียรติลูปิน ผู้กำกับเห็นว่ามันเป็นความคิดที่เข้าท่ามากดังนั้นในฉากที่แฮร์รี่ สอนเพื่อน ๆ เราจะเห็นเขาใส่เสื้อตัวนอกที่ดูคล้ายของลูปิน อยู่เสมอ

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
6. แผนผังตระกูลแบล็ก ในบ้านของ ซิเรียส ได้ เจเค โรวลิง เป็นที่ปรึกษาในการเติมชื่อของคนในตระกูลลงไปกว่า 70 ชื่อเพื่อให้มันออกมาสมบูรณ์

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
7. อิเมลด้า สทอนตัน (Imelda Staunton) คือตัวเลือกแรกและตัวเลือกเดียวในบทของ ศาสตราจารย์อัมบริดจ์

ภาพจาก harrypotter.wikia.com

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
9. เฮเลน แมคอรี่ (Helen McCrory) ผู้รับบท นาร์ซิสซา มัลฟอย (Narcissa Malfoy) แต่เดิมถูกวางตัวเอาไว้ในบท เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ (Bellatrix Lestrange) ทว่าเธอดันตั้งท้องเสียก่อนบทจึงไปตกที่ เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ (Helena Bonham Carter) แทน

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
10. ในบทดั้งเดิมบท ครีเชอร์ (Kreacher) นั้นจะถูกตัดออกไปทั้งหมด แต่เมื่อ เจเค โรวลิง ได้อ่านบทแล้วเธอจึงได้บอกกับทีมงานว่าตัวละครนี้จำเป็นต้องมีในภาพยนตร์

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
11. นอกจาก แดเนียล แรดคลิฟฟ์ แล้ว เดวอน เมอร์เรย์ (Davon Murray) ผู้รับบท เชมัส (Seamus) ก็เป็นอีกคนที่ทำสถิติทำไม้กายสิทธิ์ของตนหักไปมากถึง 10 อัน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
12. ต่างหูทรงหัวผักกาดที่ ลูน่า เลิฟกู๊ด ใส่ อิแวนน่า ลินช์ ผู้รับบทเป็นคนทำมันขึ้นมาเอง
13. แม้ว่า Order of the Phoenix จะเป็นภาคที่ฉบับหนังสือยาวที่สุด แต่ในฉบับหนังมันกลับเป็นภาคที่สั้นที่สุดเป็นลำดับสอง
14. หมายเลขที่ใช้กดที่ตู้โทรศัพท์เพื่อเข้าไปยังกระทรวงเวทย์มนตร์คือ 62442 ซึ่งเมื่อเทียบตามแป้นโทรศัพท์แล้วจะสะกดได้ว่า MAGIC
15. แม้ว่าในหนัง อิเมลด้า สทอนตัน จะเป็นศัตรูกับ เอ็มม่า ทอมป์สัน ในหนัง แต่ในชีวิตจริงทั้งคู่สนิทกันมากเนื่องจากเคยเล่นด้วยหนังกันมาหลายเรื่อง แถมยังมีบ้านอยู่ตรงข้ามกันอีกต่างหาก

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
16. ในฉบับหนังสือ อัมบริดจ์ ได้ออกกฎมาประมาณ 25 ข้อแต่ในฉบับหนัง เธอออกกฎมามากกว่า 100 ข้อ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
17. The Department of Mysteries ในกระทรวงเวทย์มนตร์เป็นฉากแรกในหนังชุดนี้ที่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างทั้ง 100% เนื่องจากการจะทำมันขึ้นมาจริง ๆ จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากแถมการจัดการกับบรรดาลูกแก้วคริสตัลกว่า 10,000 ระหว่างเทค ยังดูเป็นเรื่องลำบากมากทีเดียว
18. หนึ่งในสองภาคที่ไม่ได้เข้าชิงออสการ์สาขาใด ๆ เลย (อีกภาคคือ The Chamber of Secret)
19. เป็นภาคที่ทำได้รายวันแรกสูงที่สุด (44 ล้าน)

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
20. แคที เลียง กังวลเป็นอย่างมากกับฉากที่เธอจะต้องจูบกับ แดเนียล ต่อหน้าทีมงานจำนวนมาก เธอต้องใช้เวลาทำใจหลายสัปดาห์ ทว่าเมื่อถึงวันถ่ายทำ แดเนียล ดันเป็นหวัด ทำให้ต้องเลื่อนการถ่ายฉากนี้ไป
21. ครอบครัวของ ธีโอ วัลค็อตต์ (Theo Wallcott) นักฟุตบอลสังกัด Arsenal ได้มาปรากฏตัวในหนังภาคนี้ด้วย ตัววัลค็อตต์เองก็มีกำหนดว่าจะได้โผล่ในหนังเช่นกันแต่ด้วยสัญญาที่ทำไว้กับ Arsenal ทำให้ฉากที่มีตัวเขาถูกตัดออกไป

ภาพจาก imdb.com

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
23. ในช่วงร่างบทแรก ๆ เจเค โรวลิง เคยคิดจะให้ อาร์เธอร์ วีสลีย์ (Arthur Wesley) เป็นคนที่โดนลอร์ดโวลเดอมอร์ ฆ่าเพื่อล่อให้ แฮร์รี่ มาหาที่กระทรวงเวทย์มนตร์ แต่สุดท้ายเธอก็ปัดไอเดียนี้ตกไปเพราะทำใจไม่ได้ที่จะต้องฆ่าตัวละครที่เธอรักตัวนี้
24. แฟน ๆ หลายคนค่อนข้างรับไม่ได้ที่ได้เห็นลอร์ดโวลเดอมอร์ สวมชุดสูทของมักเกิ้ลเพราะมันขัดกับแนวคิดของตัวละครนี้ที่เกลียดชังมักเกิ้ลเอามาก ๆ อย่างไรก็ตามทั้งผู้กำกับ เดวิด เยตส์ (David Yates) และ โปรดิวเซฮร์ เดวิด เฮย์แมน (David Heyman) ต่างออกมาแก้ต่างให้กับความผิดปรกตินี้แต่ด้วยคนละเหตุผล เยตส์ อธิบายว่าลอร์ดโวลเดอมอร์ ใส่ชุดมักเกิ้ลเพื่อจะขู่แฮร์รี่ว่า เขาสามารถมายืมอยู่ท่ามกลางมักเกิ้ลได้อย่างง่ายดายโดยที่พวกมักเกิ้ลไม่ได้รู้เลยว่าเขานั้นอันตรายขนาดไหน ส่วนเฮย์แมน ได้บอกว่าลอร์ดโวลเดอมอร์ ที่เห็นนั้นเป็นภาพหลอนที่โวลเดอมอร์ สร้างขึ้นจากการเข้ามาในหัวของแฮร์รี่
25. ฉากการดวลเดือดระหว่าง ซิเรียส แบล็ก และ เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ ส่วนใหญ่ถูกตัดออกเนื่องด้วยเหตุผลด้านการรักษาเวลาและความเร็วของหนัง
Harry Potter and the Half-Blood Prince


ภาพจาก harrypotter.wikia.com
1. แมกกี้ สมิธ (Maggie Smith) ผู้รับบท ศาสตราจารย์มักกอนนากัล ถ่ายทำหนังภาคนี้จนเสร็จระหว่างรับการฉายรังสีเผื่อรักษาโรคมะเร็งทรวงอก

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
2. ฮีโร่ เฟนส์-ทิฟฟิน (Hero Fiennes-Tiffin) ผู้รับบท ทอม ริดเดิ้ล ในวัย 11 ขวบ เป็นหลานแท้ ๆ ของ เรล์ฟ ไฟนส์ ที่แสดงเป็น ลอร์ดโวลเดอมอร์ กระนั้นเอง David Yates ไม่ได้แคสเขามาเพราะเขาเป็นหลานของหนึ่งในนักแสดงแต่เพราะฮีโร่มีหน้าตา คล้าย ไฟนส์ มากที่สุดและยังสามารถแสดงบทยาก ๆ ออกมาได้ดีอีกต่างหาก
3. ในบทหนังดั้งเดิมจะมีการพูดถึงแฟนสาวของ ดัมเบิลดอร์ ในวัยหนุ่ม แต่เมื่อ เจเค โรวลิง ได้อ่านบทจึงได้ทักท้วงไปทางผู้เขียนบททันทีว่า "ดัมเบิลดอร์ เป็นเกย์" และเรื่องความรักของเขามีเพียงกับ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ (Gellert Grindelwald) เพียงคนเดียวเท่านั้น ภายหลังเธอได้ประกาศเรื่องนี่สู่สาธารณะในงานแถลงข่าวหนังสือเล่มสุดท้าย
4. แม้ว่าครูทุกคนในฮอกวอตส์จะมีชื่อนำหน้าว่า ศาสตราจารย์ แต่ เจเค โรวลิง ก็ได้เผยว่าในโลกของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ นั้นไม่มีมหาวิทยาลัยสำหรับพ่อมด การใช้คำนำหน้าว่า ศาสตราจารย์ จึงเป็นการเสริมเพื่อให้เกียรติเท่านั้น สำหรับพ่อมดแม่มดที่ต้องการศึกษามากกว่าสิ่งที่สอนในโรงเรียนพวกเขาจะมุ่งไป ศึกษาสิ่งที่สนใจต่างหากคล้ายกับการร่ำเรียนในยุคกลาง
5. วันเกิดของ โวลเดอมอร์ คือวันขึ้นปีใหม่ในปี 1927 (ถ้าแกยังอยู่ตอนนี้ก็ 87 เข้าไปแล้ว)

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
6. ในฉบับหนัง ฮอเรซ ซลักฮอร์น (Horace Slughorn) ได้บอกว่าเขาสอนครอบครัวแบล็ก มาแล้วทุกคนยกเว้น ซิเรียส แต่ในความเป็นจริงอาจารย์แต่ละคนจะสอนเพียงหนึ่งวิชาเท่านั้นมันจึงเป็นไป ไม่ได้ที่ซิเรียส จะไม่ได้เรียนกับซลักฮอร์น ระหว่างอยู่ที่ ฮอกวอตส์ เรื่องนี้มีอธิบายในฉบับหนังสือว่าแต่ก่อนซลักฮอร์น เคยเป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธิริน (Slytherin) พร้อมกับสอนวิชาปรุงยาไปด้วย และครอบครัวแบล็ก ทุกคนต่างอยู่ที่บ้านสลิธิริน ยกเว้นซิเรียส ที่อยู่กริฟฟินดอร์ซึ่งคำพูดของซลักฮอร์น จึงสื่อว่าครอบครัวแบล็ก ไปอยู่บ้านของเขาหมดยกเว้นซิเรียสนั่นเอง

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
7. ฉากการแข่งควิดดิทช์กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปตั้งแต่ภาค Goblet of Fire
8. มีสามฉากที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาจากในฉบับหนังสือ หนึ่งคือฉากทำลายสะพาน Millennium Bridge สองคือฉากที่ แฮร์รี่โดนสาวเสิร์ฟในบาร์ยั่วระหว่างรอพบดัมเบิลดอร์ และสามคือฉากผู้เสพความตายโจมตีบ้านโพรงกระต่าย
9. เป็นหนังภาคเดียวที่ไม่มีฉากการเรียนการสอนในชั้นเรียนป้องกันตัวจากศาสตร์มืดเลย

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
10. ทิม อเล็กซานเดอร์ (Tim Alexander) หัวหน้าทีมวิชวลเอฟเฟกต์ของหนังได้รับการบรีฟงานในฉากวงแหวนไฟของ ดัมเบิลดอร์ ว่า "มันควรมีลักษณะเหมือนการพ่นสเปรย์ออกมาแล้วลุกเป็นไฟ " เพื่อการจะทำให้ฉากนี้ออกมาดูดีและสมจริงที่สุดทีมของเขาต้องใช้เวลาศึกษา สิ่งต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นการระเบิดของภูเขาไฟ การถ่ายเทความร้อนของลาวา รวมถึงลักษณะของไฟที่ลุกไหม้ใต้ผิวน้ำ ซึ่งที่สุดแล้วทีมงานต้องใช้เวลาถึง 8 เดือนเพื่อให้ฉากนี้ออกมาอลังการอย่างที่เราเห็น
11. เป็นหนัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เพียงภาคเดียวที่ได้เข้าชิงออสการ์สาขา "กำกับภาพยอดเยี่ยม"

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
13. คริสเตียน คูลสัน (Christian Coulson) ผู้เคยรับบท ทอม ริดเดิ้ล (Tom Riddle) มาก่อนในภาค Chamber of Secret สนใจจะกลับมาแสดงอีกครั้ง แต่ เดวิด เยตส์ (David Yates) คิดว่ามันคงไม่เหมาะเพราะตอนนั้น คูลสัน อายุ 30 เข้าไปแล้ว

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
14. บิลล์ ไนฮีย์ (Bill Nighy) ได้รับการแคสเพื่อมาเล่นเป็น รูฟัส สคริมเจอร์ (Rufus Scrimgeour) ทว่าบทของเขาถูกตัดออกไปจากหนังภาคนี้ อย่างไรก็ตามเขาได้กลับมาอีกครั้งใน Deathly Hollow part 1

ภาพจาก imdb.com
15. เป็นอีกครั้งที่ผู้กำกับ กิลเลอร์โม เดล โตโร (Guillermo del toro) ปฏิเสธที่จะมากำกับหนังภาคนี้เพราะต้องการจะไปทำ Hellboy II : The Golden Army หลังจากที่เขาเคยปฏิเสธการกำกับ Prisoner of Azkaban มาแล้วเพื่อจะไปทำ Hellboy ภาคแรก
16. ฉากห้องทำงาน ฮอเรซ ซลักฮอร์น (Horace Slughorn) รีไซเคิลมาจากฉากห้องถ้วยรางวัลใน Goblet of Fire และ ฉากห้องต้องประสงค์ใน The Order of the Phoenix
17. แต่เดิมตัวหนังเคยถูกวางไว้ว่าจะเข้าฉายวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2008 แต่ในภายหลังสตูดิโอก็จัดการเลื่อนมันไปเป็นวันที่ 16 กรกฎาคม 2009 แทนเพื่อเลี่ยงการชนกับ Twilight
18. เดวิด เยตส์ (David Yates) ได้เคยทาบทามให้ วอลลี ฟิสเตอร์ (Wally Pfister) ผู้กำกับภาพคู่บุญของ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ที่มีผลงานมากมายจาก Insomnia, Batman Begins, The Dark Knight, The Prestige, Inception มาร่วมงานด้วย แต่ วอลลี ฟิสเตอร์ ก็ปฏิเสธไปเนื่องจากตารางงานดันไปชนกับ The Dark Knight (ล่าสุด วอลลี ฟิสเตอร์ ไปชิมลางกำกับหนังเองครั้งแรกใน Transcendence แล้วก็เจ๊งเละเทะไปเรียบร้อย)

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
19. ฉากการร่วงหล่นจากหอคอยของ ดัมเบิลดอร์ (Dumbledore) ทำให้ อลัน ริคแมน นึกถึงเมื่อตอนที่เขาเล่นหนังฮิตเรื่องแรกอย่าง Die Hard ที่ตัวละครของเขาตกมาจากตึกสูงเช่นเดียวกัน "อย่างน้อยผมก็มีจุดจบคนละแบบกับครั้งก่อนล่ะนะ" อลัน ให้สัมภาษณ์ในภายหลัง
20. ทอม เฟลตัน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในฉากที่ศาสตราจารย์ สเนป กำลังพากลุ่มผู้เสพความตายหนีออกจากปราสาทผ่านทางโถงทางเดินหลังจากฆ่าดัมเบิลดอร์แล้ว ผู้กำกับ เดวิด เยตส์ ได้บอกกับนักแสดงให้พยายามวิ่งตาม อลัน ให้ประชิดที่สุด และอย่าก้มลงมองเท้าไม่งั้นภาพมันจะออกมาดูตลก แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะวิ่งตามเขาให้ทันโดยระวังชายผ้าคลุมไปด้วย ดังนั้นในเทคที่สอง ทอม เฟลตัน ที่อยู่ใกล้อลันที่สุดจึงเผลอไปเหยียบผ้าคลุมของอลันเข้าจนเขาหงายหลัง ในตอนแรกอลันค่อนข้างจะโกรธมาก แต่ตอนหลังก็ยอมรับคำขอโทษ จนในเทคหลัง ๆ อลัน ริคแมน ได้หันมาตะโกนบอกในกลุ่มว่า "วิ่งไปข้างหน้า ระวังเหยียบผ้าคลุมฉันด้วย !"

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
22. ในฉากแฟลชแบ็กที่ดัมเบิลดอร์ไปหา ทอม ริดเดิ้ล ในวัยเด็กที่บ้านเด็กกำพร้าจะเห็นว่าบนผนังห้องของ ริดเดิ้ลจะมีรูปภาพสถานที่ซ่อน ฮอร์ครักซ์ (Horcrux) ชิ้นที่ 3 (ล็อกเก็ต) ปรากฏอยู่ ซึ่งตามข้อมูลในหนังสือ ถ้ำแห่งนี้ริดเดิ้ลเคยใช้เวทย์มนตร์ขู่เพื่อน ๆ ในบ้านเด็กกำพร้าเพื่อมาที่นี่มาก่อน
Harry Potter and the Deathly Hallows : Part 1

1. อย่างที่เรารู้กันว่า อิแวนน่า ลินช์ มักจะเป็นคนประดิษฐ์ประดอยเครื่องประดับของลูน่าขึ้นมาเอง ไม่เพียงแค่นั้น สิ่งของแปลก ๆ ต่าง ๆ ในบ้าน เลิฟกู๊ด ก็เป็น อิแวนน่า อีกเช่นกันที่เป็นคนทำมันขึ้นมา รวมไปถึงท่าเต้นรำในฉากงานแต่งงานด้วย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
2. เจสัน ไอแซคส์ ผู้รับบท ลูเซียส มัลฟอย เกือบจะไม่ยอมกลับมาเล่นในภาคนี้เนื่องจากภาคก่อนหน้าเขาเพิ่งจะโดนจับเข้าคุกไปดังนั้นบทของเขามันอาจจะไม่มากนัก แต่เมื่อ ไอแซคส์ ได้พบกับ เจเค โรวลิง เขาก็ได้ลองถามเธอว่าจะให้ตัวละครของเขาออกมาจากคุกได้ไหม เธอตอบตกลง เมื่อได้ยินดังนั้น เจสัน ไอแซคส์ จึงตัดสินใจเซ็นต์สัญญาเล่นหนังทันที

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
3. ฉาก Harry Potter 7 คน เป็นฉากที่ถ่ายทำยากที่สุดในหนังชุดนี้ โดยเฉพาะตัว แดเนียล เองต้องเล่นไปกว่า 90 เทคกว่าจะได้ภาพออกมาอย่างที่ผู้กำกับต้องการ
4. ฉากห้องนอนของเฮอร์ไมโอนี่ได้รับการปรับรายละเอียดเพิ่มเติมจากไหนฉบับหนังสือเนื่องจาก เจเค ต้องการให้มันออกมาดูเป็นบ้านที่มีความสุขมากยิ่งขึ้น

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
5. ในฉากเริ่มต้นเราจะได้ยินพ่อกับแม่ของเฮอร์ไมโอนี่พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องจะไปเที่ยวที่ออสเตรเลีย ซึ่งจุดนี้จะมีการอธิบายเพิ่มเติมในฉบับหนังสือว่านอกจากเฮอร์ไมโอนี่จะลบความจำของพ่อและแม่เกี่ยวกับตัวเธอแล้ว เธอยังมอบความจำใหม่ให้พวกเขาคิดว่าเป็นแค่คู่รักที่กำลังจะไปเที่ยวออสเตรเลียอีกด้วย
6. เป็นหนังภาคแรกที่ได้ เจเค โรวลิง มาเป็นโปรดิวเซอร์
7. แต่เดิม Deathly Hallows เคยถูกตีเอาไว้ว่ามันจะยาวทั้งสิ้น 5 ชั่วโมง เนื่องจากตัวบทที่ยาวมากกว่า 500 หน้า ทำให้ทีมงานต้องตัดสินใจแบ่งมันเป็นสองภาคในที่สุด
8. ฉากคาเฟ่ในลอนดอนเราจะเห็นโปสเตอร์ละครเวทีเรื่อง "Equus" ที่แดเนียลแสดงนำแปะอยู่บนกำแพง

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
9. จอห์น เฮิร์ท (John Hurt) กลับมารับบท โอลลิแวนเดอร์ อีกครั้งหลังจากเคยแสดงไว้ในภาคแรกเมื่อ 9 ปีที่แล้ว

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
11. ภาษาพาร์เซลที่ปรากฏในเรื่องได้ถูกคิดค้นขึ้นมาจริง ๆ ด้วยความร่วมมือของนักภาษาศาสตร์ ฟรานซิส โนแลน (Francis Nolan)
12. มีการถ่ายทำฉากที่ นิมฟาดอร่า ท็องส์ (Nymphadora Tonks) บอกกับคุณนายวีสลีย์ว่าเธอท้อง แต่ถูกตัดออกไปในฉบับฉายจริง

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
13. ไม้กายสิทธิ์กว่า 500 อันถูกสร้างขึ้นตลอดการถ่ายทำหนังทั้งชุด และต้องมีการตรวจเช็คก่อนถ่ายทำและหลังถ่ายทำทุกครั้งเนื่องจากส่วนมากมันจะกลับมาในสภาพหักเป็นสองท่อน
14. อาจจะสังเกตได้ยากแต่ถ้ามองดี ๆ จะเห็นว่าท็องส์ใส่ชุดคลุมท้องในงานแต่งงานของ บิล และ เฟลอร์
15. มีการออกแบบล็อกเก็ตของสลิธีริน เอาไว้มากกว่า 40 แบบ
16. ฉากถนนหลักในกอร์ดริกส์โฮลโล่ คือการนำฉาก ฮอกส์มี้ด ใน The Prisoner of the Azkaban มารีไซเคิล
17. คฤหาสน์มัลฟอย ถูกถ่ายทำที่ฮาร์วิคฮอลล์ หนึ่งในบ้านทรงอังกฤษโบราณที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุด
18. เป็นหนังในชุดเพียงภาคเดียวที่ไม่ได้บริษัท Industrial Light & Magic มาทำวิชวลเอฟเฟกต์ให้
19. กิลเลอร์โม เดล โตโร เปิดเผยว่าเขาอยากมากำกับหนังภาคนี้
20. เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน (M. Night Shyamalan) เองก็เคยเปิดเผยว่าอยากมาทำหนังภาคนี้ด้วยเช่นกัน
1. หนังเคยถูกวางเอาไว้ว่าจะทำออกมาในระบบ 3D ด้วยแต่ก็ล้มเลิกไปก่อนจะฉายไม่กี่สัปดาห์เนื่องจากความยากลำบากในการแปลง

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
22. ฉากการทรมานต่าง ๆ ในหนังส่วนใหญ่จะถูกตัดทอนออกไปเพื่อให้หนังไม่รุนแรงเกินไปจนได้เรท R ดังนั้นในฉากท้าย ๆ ที่ เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ ทรมานเฮอร์ไมโอนี่ที่คฤหาสน์มัลฟอย นักแสดงจึงค่อนข้างเกร็งเป็นพิเศษเนื่องจากมันเป็นซีนที่ค่อนข้างดุดันจริงจังจนยากที่จะทำให้ออกมาเหมาะสมตามข้อกำหนด

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
23. ฉากที่ เบลลาทริกซ์ สาปคำว่า Mud-blood (เลือดสีโคลน) ลงบนแขนของเฮอร์ไมโอนี่แต่เดิมมันไม่ได้มีอยู่ในบท แต่เป็นไอเดียของ เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ และเอ็มม่า วัตสัน เอง เพื่อให้ฉากนี้ออกมาดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
ภาพจาก harrypotter.wikia.com
24. ก่อนที่หนังจะฉายมีข่าวลือที่ทำให้แฟน ๆ ซี๊ดซ๊าดกันยกใหญ่คือมีการลือกันว่าอาจจะได้เห็นแดเนียล และ เอ็มม่า เปลือยในฉากมโนของรอน ตอนที่จะทำลายฮอร์ครักซ์ (Horcrux) ในความเป็นจริงฉากนี้ถูกถ่ายโดยที่ทั้งคู่สวมยีนส์อยู่ และในส่วนของเอ็มม่าเองก็มีการเซฟตี้โดนสวมเสื้อชั้นในแบบไร้สายเอาไว้ด้วย ด้านผู้กำกับก็บอกว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องให้ทั้งสองเปลือยเลยในเมื่อภาพที่เห็นมันเป็นเพียงแค่หมอกจาง ๆ เท่านั้น
25. เป็นหนังเพียงภาคเดียวที่ไม่มีการถ่ายทำในฉากฮอกวอตส์เลย ยกเว้นแค่เพียงทะสาบในช่วงท้ายที่ลอร์ดโวลเดอมอร์บุกไปชิงไม้เอลเดอร์จากโลงศพของดัมเบิลดอร์เท่านั้น
Harry Potter and the Deathly Hallows : Part 2


ภาพจาก harrypotter.wikia.com
2. ซึ่งในตอนแรกฉากนี้ถูกพิจารณาให้เปลี่ยนเป็นการดวลระหว่างแฮร์รี่ กับ สเนป แทน แต่ เจเค โรวลิง ก็รีบคัดค้านทันควันเนื่องจากฉากนี้คือฉากสำคัญที่ขาดไม่ได้ของตัวละครนี้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
3. สรุปแล้ว แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ทำไม้กายสิทธิ์ของตนพังไป 80 อันตลอดการถ่ายทำหนังทั้งชุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมันหักเพราะเขาชอบเอามันไปตีแทนไม้กลอง !

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
4. ทุกฉากที่ลอร์ดโวลเดอมอร์ ปรากฏตัวพร้อมกับ เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ จะเห็นเธอยืนอยู่ด้านขวาของเขาเสมอ เนื่องจากตามหลักสากลแล้วนี่เป็นตำแหน่งของลูกน้องที่จงรักภักดีที่สุด

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
5. แผลเป็นขอ Harry ถูกเมคอัพขึ้นมาถึง 5,800 ครั้งตลอดการถ่ายทำ เป็นการเมคอัพที่หน้าผาก Daniel Radcliffe 2,000 ครั้ง ส่วนที่เหลือเป็นการเมกอัพที่สตั๊นท์ของเขา
6. เป็นหนังภาคเดียวที่มีฉากเฮอร์ไมโอนี่ขี่ไม้กวาด
7. ไม้กายสิทธ์ที่ใช้ในการถ่ายทำทุกอันถูกสร้างขึ้นที่หน้างาน และไม่มีอันใดเหมือนกันเลย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
9. เหรียญทอง 210,000 เหรียญ ถูกทำขึ้นมาเพื่อใช้ในฉากบุกธนาคารกริงกอตส์ (Gringotts)

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
10. เหตุการณ์ส่วนใหญ่ในภาคนี้ตั้งแต่การบุกนาคารกริงกอตส์ จนถึงสงครามที่ฮอกวอตส์ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในหนึ่งวัน
11. อลัน ริคแมน, บอนนี่ ไรท์ (Bonnie Wright), เดวอน เมอร์เรย์ (Devon murray), เอ็มม่า วัตสัน, แดเนียล แรดคลิฟฟ์, เจรัลดีน ซัมเมอร์วิลล์ (Geraldine Somerville), เจมส์ เฟล์พส์ (James Phelps), โอลิเวอร์ เฟล์พส์ (Oliver Phelps), แมทธิว ลูวิส (Matthew Lewis), ร็อบบี้ โคลทราน (Robbie Coltrane), รูเพิร์ต กรินท์, ทอม เฟลตัน, โจช เฮิร์ดแมน (Josh Herdman) และ วอร์วิค เดวิส (Warwick Davis) คือนักแสดงที่ปรากฏตัวในทั้ง 8 ภาค

ภาพจาก imdb.com
12. ฉากที่แฮร์รี่ประกาศตัวว่ายังไม่ตายในลานหน้าฮอกวอตส์ แต่เดิมบทเขียนให้ เดรโก มัลฟอย ต้องวิ่งออกมาจากกลุ่มผู้เสพความตายแล้วโยนไม้กายสิทธิ์ให้แฮร์รี่ แต่ฉากนี้ถูกตัดออกไปในฉบับฉายจริง

ภาพจาก imdb.com
13. สงครามที่ฮอกวอตส์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1998 ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันเกิดของ วิกตัวร์ วีสลีย์ (Victoire Weasley) ลูกสาวของ บิล และเฟอร์ ซึ่งชื่อของเธอมีความหมายในภาษาฝรั่งเศสว่า "Victory"
14. เป็นภาคนี้มีความยาวสั้นที่สุดคือเพียง 2 ชั่วโมง 10 นาที

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
15. เนื่องจากสัญญาที่ทำไว้กับหนังเรื่อง Nanny McPhee and the Big Bang (2010) ทำให้ เอ็มมา ทอมสัน เกือบจะไม่ได้กลับมาเล่นใน Deathly Hallows Part 2 แต่สุดท้ายเธอก็ได้กลับมาแสดงอีกครั้งในช่วงท้าย ๆ ของการถ่ายทำ
16. เคท วินสเล็ต (Kate Winslet) คือตัวเลือกแรกในบท เฮเลนา เรเวนคลอ (Helena Ravenclaw) แต่เธอก็ปฏิเสธไป

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
17. แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ใช้แว่นตาไปทั้งหมด 160 อัน
18. เมื่อหนังออกฉายมันได้ทำสถิติเป็นหนังที่เปิดตัวสุดสัปดาห์ได้ร้อนแรงที่สุดคือ 169.2 ล้านเหรียญ ทำลายสถิติเดิมที่ทำไว้โดย The Dark Knight ที่เคยทำไว้ได้ 158.4 ล้านเหรียญ แต่อีก 10 เดือนต่อมา สถิติของ Deathly hallows ก็โดนทำลายลงโดย The Avengers ที่ทำเงินไป 207.4 ล้านเหรียญ
19. หนังชุด Harry Potter เข้าชิงออสการ์ไปทั้งสิ้น 12 ครั้ง แต่ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลยสักรางวัล

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
20. ฉากส่งท้ายถูกถ่ายทำใหม่อีกครั้งหลังเนื่องจากผู้กำกับ เดวิด เยตส์ มาเห็นทีหลังว่าฝ่ายเมกอัพแต่งหน้านักแสดงในช่วงสูงวัยออกมาไม่ค่อยคล้ายหน้าตาปรกติสักเท่าไหร่
21. โปรดิวเซอร์ของเรื่องอย่าง เดวิด เฮย์แมน ได้เปิดเผยว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะได้นักแสดงเหล่านี้มาแสดงใน Harry Potter เริ่มจาก ไอลีน แอ็ทกิ้นส์ (Eileen Atkins), เอียน แม็คเคลเลน (Ian McKellen), แดเนียล เดย์-ลูวิส (Daniel Day-Lewis), แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig), เจมส์ แม็คอวอย (James McAvoy), และ แอนน์-มารี ดัฟฟ์ (Anne-Marie Duff)
22. มีการใช้เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับการแต่งตัวไปกว่า 25,000 ชิ้น ตลอดการถ่ายทำหนังทั้งชุด

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
23. เคลลี่ แม็คโดนัลด์ (Kelly Macdonald) ในบท เฮเลนา เรเวนคลอคือนักแสดงคนสุดท้ายที่ถูกแคส
24. ชื่อเล่นที่ใช้เรียกระหว่างการถ่ายทำหนังภาคสุดท้ายนี้คือ "Extra Time"

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
25. อย่างที่เราทราบกันว่า เจเค โรวลิง ได้เปิดเผยเรื่องราวของสเนป ให้กับ อลัน ริคแมน ได้รับรู้ก่อนจะเริ่มถ่ายทำ นี้เป็นเหตุผลที่ว่าตลอดระยะเวลาของหนังชุดนี้มีเพียง อลัน ริคแมน ที่มีการกระทำแปลก ๆ เขาทั้งเกลียดแฮร์รี่ แต่ในหลาย ๆ ครั้งก็มักปกป้องแฮร์รี่ออกมาโดยไม่รู้ตัว นั่นเป็นเพราะเขารู้สึกว่าในแฮร์รี่เป็นเครื่องยืนยันว่าลิลี่ที่เขารักมาเสมอไปรักกับชายคนอื่น แต่ขณะเดียวกันในร่างแฮร์รี่ก็มีเลือดเนื้อ และจิตวิญญาณของลิลี่ไหลเวียนอยู่เช่นกัน... ด้านผู้กำกับอย่าง เดวิด เยตส์ เองก็ได้เปิดเผยภายหลังว่าเขาไม่ทราบเช่นกันว่า อลัน ริคแมน ได้รู้ความลับของตัวละครมาก่อนแล้ว
26. ก่อนที่หนังสือฉบับสุดท้ายจะวางตลาด แดเนียลได้แอบไปเลียบ ๆ เคียง ๆ ถาม เจเค โรวลิง ว่าตัวละครของเขาจะตายตอนจบรึเปล่า เจเค โรวลิงเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะตอบเขาด้วยประโยคเดียวสั้นๆว่า "เธอจะมีฉากการตายแน่นอน"

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
27. ฉากที่แฮกริด อุ้ม แฮร์รี่ เข้ามาในลานหน้าฮอกวอตส์ เป็นภาพที่ เจเค โรวลิง จินตนาการไว้แล้วตั้งแต่เริ่มเขียนหนังสือใหม่ ๆ เพื่อให้เป็นการสะท้อนถึงภาพวันแรกที่แฮกริด อุ้ม แฮร์รี่ มาส่งที่บ้านเดอร์สลีย์ ในลักษณะเดียวกัน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
28. แม้ในหนังสือหรือในหนังเองจะไม่มีการบอกว่าใครเป็นคนฆ่าลูปิน และ ท็องส์ แต่ เจเค โรวลิง ก็เปิดเผยในภายหลังว่าเบลลาทริกซ์เป็นคนฆ่าท็องส์ ในขณะที่ลูปิน ถูกฆ่าโดย โดโลฮอฟ
29. ทีมงานเป็นคนเกลี้ยกล่อมให้ ทอม เฟลตัน ไปชวนแฟนจริง ๆ ของตัวเองมาแสดงเป็นภรรยาของเขาในหนังในฉากส่งท้าย

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
30. ความสัมพันธ์ของ เนวิลล์ และ ลูน่า ถูกเสริมเข้ามาเป็นพิเศษสำหรับฉบับหนังโดยเฉพาะ ในขณะที่ เจเค โรวลิง เคยเปิดเผยมานานก่อนหนังภาคสุดท้ายจะสร้างเสร็จว่าจริง ๆ ทั้งสองคนต่างแยกย้ายไปแต่งงานกับคนอื่นเรียบร้อยแล้ว

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
31. รูเพิร์ต กรินท์ เคยให้สัมภาษณ์ว่าฉากจูบระหว่าง รอน และ เฮอร์ไมโอนี่ เป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก เพราะใช้เวลาไปเพียง 6 เทคเท่านั้น ในขณะที่การจูบของ แฮร์รี่ กับ จินนี่ ถ่ายไป 10 เทค, รอน กับ ลาเวนเดอร์ ถ่ายไป 15 เทค และ แฮร์รี่ กับ โช แชง ถ่ายไปเกือบ ๆ 30 เทค !

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
32. เจเค โรวลิง เปิดเผยว่าการฆ่า ลูปิน เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตของเธอระหว่างการเขียนหนังสือชุดนี้ แต่เธอเองรู้สึกว่าจำเป็นต้องแสดงให้ผู้อ่านรับรู้ว่า ทุกสงครามย่อมมีการสูญเสียเสมอ และบางครั้งอาจเป็นคนสำคัญของเราก็ได้ เธอตัดสินใจให้ทั้ง ลูปิน และ ท็องส์ เสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้ลูกของพวกเขา เท็ดดี้ กลายเป็นเด็กกำพร้า และก็ได้ แฮร์รี่ มาเป็นพ่อทูนหัวของเขา เรื่องราวนี้เป็นการสะท้อนถึง แฮร์รี่ ในวัยเด็กที่ต้องสูญเสียครอบครัวไปในสงครามครั้งก่อนเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ตัวละคร เท็ดดี้ นั้นโดนตัดออกไปจากฉบับหนัง

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
33. อาร์เธอร์ หรือ รอน เองก็เป็นอีกตัวละครที่ เจเค โรวลิง เคยตั้งใจไว้ว่าจะต้องตกเป็นเหยื่อของสงคราม แต่เธอก็ตัดสินใจให้ทั้งคู่อยู่รอด และเลือก เฟร็ด เป็น วีสลีย์ ที่ถูกฆ่าแทนด้วยเหตุผล 2 ประการคือ เพื่อให้ จอร์จ ได้สัมผัสถึงอารมณ์แห่งการสูญเสีย และเพื่อให้เพอร์ซี่ตาสว่าง

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
34. ในฉบับหนังสือ สเนป จะถูกฆ่าที่เพิงโหยหวน แต่ Art Director ของหนังตัดสินใจให้เปลี่ยนมาเป็นที่โรงเก็บเรือแทนเพื่อให้ฉากนี้ออกมาดูกดดัน และน่าขนลุกมากยิ่งขึ้น

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
35. นอกจากแฮร์รี่ที่มีการร่ายคำสาปใส่โวลเดอมอร์ แล้ว มีเพียง มอลลี่ วีสลีย์ อีกเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นตัวละครฝ่ายดีที่ใช้คาถาเพื่อฆ่าโดยตรงกับผู้เสพความตาย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก harrypottermovie
36. แต่เดิมทีมงานต้องการให้สภาพของโวลเดอมอร์ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทุกครั้งเมื่อฮอร์ครักซ์ โดนทำลาย หลักคือ ๆ ต้องการให้ดวงตาของเขากลวงลึกขึ้นรวมถึงผิวหนังที่มีบาดแผลฉีกขาดด้วย

ภาพจาก harrypotter.wikia.com
37. ทีมงานต้องออกแบบฉากแฟลชแบ็คของสเนป ในคืนที่โวลเดอมอร์บุกฆ่าบ้านแฮร์รี่ หลายต่อหลายแบบเพื่อให้มันออกมากินใจมากที่สุด