10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017 โดยนิตยสาร TIME

10 รายชื่อภาพยนตร์ยอดแย่แห่งปี 2017

          เปิดโผ 10 รายชื่อภาพยนตร์ยอดแย่แห่งปี 2017 โดยนิตยสารไทม์ Emoji Movie ขึ้นบัลลังก์หนังแย่ที่หนึ่ง

          การจัดอันดับหนังที่ทุกคนรอคอยกลับมาอีกครั้ง ! อย่างที่เห็นกันว่าปี 2017 ก็ถือเป็นอีกปีที่กองทัพภาพยนตร์ทุกขนาดทุกแขนงต่างตบเท้าเข้าโรงภาพยนตร์กันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ซึ่งก็แน่นอนว่านิตยสารดังระดับโลกอย่าง TIME ก็ไม่พลาดหยิบภาพยนตร์ทั้งหลายมาเข้าคิวให้คะแนนและจัดรายชื่อเป็น 10 อันดับหนังยอดแย่ประจำปี 2017 โดยนิตยสารไทม์ มาฝากทุกคนอีกเช่นเคย

         ส่วน 10 หนังที่โดนแจ็กพอตจากไทม์จะมีเรื่องอะไรบ้าง ความคิดเห็นจากไทม์ต่อหนังแต่ละเรื่องจะเป็นอย่างไร แล้วหนังในใจของคุณจะติดอยู่ในอันดับหนังยอดแย่หรือไม่ ไปดูกันได้เลย !

10. Ghost in the Shell

          ภาพยนตร์จากการ์ตูนแอนิเมชั่นญี่ปุ่นชื่อดังที่นอกจากจะสร้างออกมาอย่างลวก ๆ และงุนงงจนหาคำอธิบายไม่ได้ ก็ยังมีการแคสติ้งนักแสดงที่ยิ่งพาให้หนังก้าวข้ามจากคำว่า 'ล้มเหลว' ไปสู่คำว่า 'หายนะ' ได้อย่างสวยงาม เนื่องจากบทตัวเอก โมโตโกะ คุซานางิ ไซบอร์กสาวที่ดูจากชื่อก็รู้แล้วว่าญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น แต่กลับดึงตัวนักแสดงชาวอเมริกันที่ไม่มีเค้าหน้าเอเชียเลยแม้แต่นิดเดียวอย่าง สการ์เล็ตต์ โจแฮนส์สัน (Scarlett Johansson) มารับบทแบบไม่สนใจกระแสต่อต้าน การฟอกขาวตัวละคร (Whitewashing) หรือ การให้นักแสดงส่วนมากในเรื่องเป็นคนผิวขาวขัดกับรูปลักษณ์ตัวละครจริง ก็ไม่แปลกใจที่หนังจะถูกแฟนคลับจากการ์ตูนต้นฉบับโจมตีจนกระแสหนังเงียบกริบไปโดยปริยาย

10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Ghost in the Shell Movie, United International Pictures Thailand

9. King Arthur: Legend of the Sword

          หนังรีบูตจากนิยายดังของกษัตริย์อาเธอร์ โดยผู้กำกับ กาย ริชชี่ (Guy Ritchie) ที่หวังไว้ว่าจะเป็นหนังปูทางไปสู่หนังภาคต่อเรื่องอื่นเพื่อขยายจักรวาลหนังอาเธอร์เรียน (Arthurian Cinematic Universe) แต่ไม่รู้ว่าเพราะความมึนงงหรืออะไรที่ทำให้เจ้าตัวกลับทำลายความคลาสสิกของยุคอังกฤษกลางด้วยเรื่องราวเวทมนตร์แฟนตาซีและสงครามยิบย่อยสุดครึกโครมที่หาต้นตอการเกิดแทบจะไม่ได้ แถมตำนานของกษัตริย์อาเธอร์ (แสดงโดย ชาร์ลี ฮันแนม) ที่ควรจะเน้นเล่าเป็นหลักก็ไม่ได้เด่นชัดหรือน่าจดจำเลย

10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017
ภาพจาก เฟซบุ๊ก King Arthur

8. The House

          แม้การกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งของ วิลล์ เฟอร์เรลล์ (Will Ferrell) และ เอมี่ โพห์เลอร์ (Amy Poehler) จะน่าสนใจขนาดไหน แต่หนัง The House ก็ยืนยันได้จริง ๆ ว่า เคมีตลกที่เข้ากันดีของนักแสดงนำทั้งสองไม่สามารถใช้การันตีความสนุกของหนังได้เลย เพราะถึงหนังจะพยายามใส่มุกตลกใหม่ ๆ แต่มุกตลกอุปกรณ์อย่างผู้ชายใส่แว่นตาดำของผู้หญิง, มุกตลกแบบพูดติดอ่าง อ่านหนังสือผิด ๆ ถูก ๆ รวมไปถึงมุกทะลึ่งใต้สะดือทั้งหลาย ก็สร้างได้เพียงเสียงหัวเราะแบบฝืน ๆ ยืนยันว่า The House ไม่ใช่หนังตลกที่ดีจริง ๆ

10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The House Movie

7. Justice League

          กำลังชื่นชมและอิ่มเอมไปกับยุคสมัยสุดรุ่งเรืองของ Wonder Woman กันอยู่ดี ๆ ก็มี Justice League เข้ามาตบหน้าแฟนคลับ DC ให้หงายเงิบกันไปเป็นแถบ ๆ เพราะการแท็กทีมของผู้กำกับผู้เจนเวทีในวงการหนังฮีโร่อย่าง แซค สไนเดอร์ (Zack Snyder) และ จอส วีดอน (Joss Whedon) กลับไม่สามารถทำให้หนังสำเร็จได้ตามที่ทุกคนคาดหวัง แถมการรวมตัวครั้งแรกของทีมจัสติช ลีค ทีมในฝันของฮีโร่แบทแมน ก็ยังไม่ว้าวพอให้ไปสู้กับฮีโร่ในจักรวาลอื่นได้เลย

10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Justice League, เฟซบุ๊ก Justice League Movie Thailand

6. The Mummy

          นับเป็นการรีบูตจักรวาลอียิปต์โบราณของมัมมี่ที่ทิ้งคำถามชวนปวดหัวและคาใจเอาไว้มากมายอีกหนึ่งเรื่อง แถมหลังดูจบหนังก็ดันทำให้คนดูรู้สึกเหมือนติดกับและโดนกักขังไว้ในโลงศพหินซาร์คอฟากัสของมัมมี่เสียเอง ! เนื่องจากหาทางออกกับปริศนาสุดงงในหัวไม่ได้ว่า ทำไมสมบัติโบราณที่เก่าแก่หายากจนประเมินค่าไม่ได้ถึงถูกค้นพบกันซะง่าย ๆ ? ทำไมซอมบี้ถึงมาโผล่อยู่ในหนังมัมมี่ ? แล้วถ้ามัมมี่ฆ่ามนุษย์ มนุษย์จะกลายเป็นมัมมี่หรือซอมบี้ ?

          ทั้งนี้ทั้งนั้น Universal Pictures ยังมีแผนสร้างหนังตามมาอีกหลายเรื่อง อาทิ Dracula, Van Helsing, The Bride of Frankenstein และ The Wolfman เพื่อขยายจักรวาลมัมมี่ไปสู่จักรวาลของอสุรกายอื่น ๆ ต่อไป ก็หวังว่าคลังหนังชุดใหญ่ที่กำลังจะตามมาในอนาคตจะทำให้ข้อสงสัยทั้งหมดนี้หายไปได้ก็แล้วกัน

10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Mummy

5. The Snowman

          หนังยอดแย่ที่ยิ่งดูแย่เข้าไปอีกเพราะสร้างมาจากทีมคุณภาพมากฝีมือทั้งนั้น นับตั้งแต่สองนักแสดงนำ ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ (Michael Fassbender) และ รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน (Rebecca Ferguson), ผู้กำกับ โทมัส อัลเฟรดสัน (Thomas Alfredson) จาก Let the Right One In และเนื้อเรื่องต้นฉบับจากหนังสือขายดีของนักเขียนชาวนอร์เวย์ โจ เนสเบอร์ (Jo Nesbø) แต่หนังกลับมีจุดบกพร่องและยังพยายามสร้างอารมณ์ดราม่าเข้มข้นจนดูตลกแทน แถมด้วยบทบาทของตัวละครเอกที่ฉลาดแบบไม่สมเหตุสมผลพร้อมจุดเฉลยเรื่องแบบยากที่จะเข้าใจ

The Snowman
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Snowman

4. Daddy's Home 2

          จากเรื่องราวสงครามระหว่างพ่อเลี้ยงของ วิลล์ เฟอร์เรลล์ (Will Ferrell) และพ่อแท้ ๆ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg) ก็ทำให้ทั้งงงทั้งสงสัยว่าหนังประสบความสำเร็จจากอะไร เรื่องราวชวนหัว หรือเพราะความสนุกที่แตกต่าง ที่ทำให้รายได้ในภาคแรกสูงถึง 7,900 ล้านบาททั่วโลก แถมหนังยังมีภาคต่อ Daddy's Home 2 ออกมาให้ได้ชมกันอีก และรายได้ก็ไม่ได้น้อยหน้า เพราะหนังทำเงินทั่วโลกไปถึง 5,100 ล้านบาท ก็ยิ่งสร้างความสงสัยจนอยากจะไปถาม Box Office ว่า "ทำไม ?" ซ้ำ ๆ วนไปอีกหลายต่อหลายครั้ง ! ว่าหนังเรื่องนี้มีดีที่อะไร แถมยังเอานักแสดงคุณภาพอย่าง เมล กิบสัน (Mel Gibson) มาแจมในบทเสือผู้หญิงที่ในหัวมีแต่เรื่องตลกใต้สะดือเพียงแค่นั้น

10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Daddy's Home

3. A Cure For Wellness


          หนังจากผู้กำกับ กอร์ เวอร์บินสกี้ (Gore Verbinski) แห่ง Pirates of the Caribbean ภาค 1-3 นำแสดงโดยนักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง เดน ดีฮาน (Dane DeHaan) ที่ภายใต้ฉากและองค์ประกอบหนังที่สวยงามกลับมีแต่เรื่องราวที่ซับซ้อนยุ่งเหยิง โดยหนังเริ่มจากพล็อตเรื่องที่ว่าด้วยเรื่องของการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในวงการสุขภาพสู่ความลับด้านมืดของนายทุนหน้าเลือด แล้วจู่ ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นนิทานความรักระหว่างพี่น้อง ก็ไม่แปลกใจที่หนังจะไร้ทิศทางวนเวียนอย่างไม่รู้จบ จนต้องปิดท้ายด้วยจุดจบที่ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ลงไปในอ่างปลาไหลของนางเอกจริง ๆ

10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017
ภาพจาก เฟซบุ๊ก A Cure For Wellness, เฟซบุ๊ก 20th Century Fox

2. The Book of Henry

          หนังจากผู้กำกับ คอลิน เทรเวอร์โรว์ (Colin Trevorrow) เกี่ยวกับ เฮนรี่ เด็กน้อยวัย 11 ขวบที่ค้นพบความจริงว่าเด็กหญิงที่เป็นทั้งเพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมโรงเรียนของเขาถูกทำร้ายโดยพ่อเลี้ยง เขาจึงร่วมมือกับผู้เป็นแม่วางแผนช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสงสารให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของเพื่อนบ้านใจโหด.. แม้หนังจะได้นักแสดงดังเจ้าของรางวัลมากมายอย่าง นาโอมิ วัตส์ (Naomi Watts) มาเป็นตัวชูโรงแต่ด้วยพล็อตเรื่องที่เล่าแบบทื่อ ๆ ตรงไปตรงมาก็ทำให้หนังขาดความน่าตื่นเต้นและลุ้นระทึกไปมากทีเดียว

10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Book of Henry

1. The Emoji Movie

          สิ่งที่สนุกที่สุดเกี่ยวกับ The Emoji Movie คือการได้อ่านเสียงวิพากษ์อย่างออกรสออกชาติกันในโลกอินเทอร์เน็ตจากบรรดานักวิจารณ์ที่พร้อมใจกันส่งไอคอนอีโมจิรูปอุนจิ รูปหน้าแหวะ ยืนยันความยอดแย่ของหนังขนาดที่เว็บไซต์ Vox ถึงกับพาดหัวบทความรีวิวเอาไว้ตัวโต ๆ เลยว่า "อย่าไปดูหนัง The Emoji Movie" ด้วยพล็อตเรื่องที่พยายามทำให้แปลกใหม่แต่กลับชวนงงและหนังดูมีความพยายามยัดเยียดและจูงใจให้เด็กยุคใหม่หันมาหมกมุ่นกับมือถือมากเกินไปหน่อย

10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Emoji Movie

          แม้การจัดอันดับประจำปี 2017 อาจจะถูกใจหรือขัดใจใครไปบ้าง แต่กระปุกดอทคอมขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ความชื่นชอบและรสนิยมการดูหนังของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน หนังบางเรื่องอาจจะไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดแต่กลับเป็นหนังที่เราชอบที่สุดก็ได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเสียใจไปถ้าหนังในดวงใจของคุณดันมาติดโผหนังยอดแย่จากไทม์ไปกับเขาด้วย.. !

    10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017 โดยนิตยสาร TIME โพสต์เมื่อ 27 ธันวาคม 2560 เวลา 17:59:20 22,588 อ่าน แสดงความคิดเห็น

    คิดอย่างไรกับเรื่อง: 10 หนังยอดแย่ประจำปี 2017 โดยนิตยสาร TIME ?

    รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
    TOP