x close

รวมผลงาน เอ็ดดี้ เรดเมย์น นักแสดงมากพรสวรรค์ ตีบทแตกในทุกบทบาท

            10 ผลงาน เอ็ดดี้ เรดเมย์น นักแสดงมากพรสวรรค์ ตีบทแตกในทุกบทบาท
           ทำความรู้จักกับผลงาน เอ็ดดี้ เรดเมย์น ชายหนุ่มที่มาพร้อมกับพรสวรรค์และการแสดงที่ยอดเยี่ยม เจ้าของรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมเวทีออสการ์ จากบท สตีเฟน ฮอว์คิง ใน The Theory of Everything และสร้างความฮือฮาจากการรับบท ลิลี่ เอลบี ใน The Danish Girl กับบทบาทหญิงข้ามเพศที่สามารถแสดงจริตจะก้านของหญิงสาวได้อย่างนุ่มนวล และที่สร้างความฮือฮาที่สุดคงหนีไม่พ้นการก้าวเข้าสู่โลกของเวทมนตร์กับบทบาท นิวท์ สคามันเดอร์ พ่อมดหนุ่มสุดเนิร์ดเจ้าของสัตว์วิเศษจากโลกของพ่อมดอย่าง Fantastic Beasts แน่นอนว่า เอ็ดดี้ เรดเมย์น ยังมีผลงานอีกมากมายให้ติดตามกันไม่ว่าจะเป็นการรับบทหนุ่มนักปฏิวัติ ในหนังแนวมิวสิคัลอย่าง Les Miserables ที่เจ้าตัวได้โชว์ความสามารถในการร้องเพลงอีกด้วย หรือว่าจะเป็นการพลิกไปรับบทตัวร้ายในหนังแอ็คชั่น-แฟนตาซีอย่าง Jupiter Ascending ก็ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว และในวันนี้กระปุกดอทคอมจะขอพาคุณ ๆ ย้อนไปดูผลงานที่ผ่านมาบางส่วนของ เอ็ดดี้ เรดเมย์น กัน ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นมาติดตามกันเลย

1. Elizabeth: The Golden Age (2007)

            สำหรับ Elizabeth: The Golden Age บอกเล่าเรื่องราวของพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 ที่ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามต่อบัลลังก์ที่มาจากการทรยศในราชวงศ์จากการสมคบคิดกันของ แมรี่ สจ๊วต พระญาติของพระองค์สมทบคบคิดกับกษัตริย์ฟิลลิปส์ที่ 2 แห่งสเปน ที่หมายโค่นบัลลังก์ของพระองค์ให้จนได้ ราชินีเอลิซาเบธจึงต้องออกศึกทำสงครามเพื่อปกป้องราชอาณาจักรของพระองค์ให้คงมั่น และในเรื่องนี้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท โทมัส บาบิงตัน ชายผู้มีส่วนร่วมในแผนสังหารราชินีเอลิซาเบธที่ 1 นั่นเอง
เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

Universal Pictures All-Access

2. The Yellow Handkerchief (2008)

           หนังว่าด้วยเรื่องราวของคนแปลกหน้า 3 คนที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยในเส้นทางไปลุยเซียนาประกอบด้วย เบรตต์ ผู้มีอดีตอันเจ็บปวด มาร์ทีน สาววัยรุ่นที่หนีออกจากบ้านและมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับครอบครัว และกอร์ดี เด็กหนุ่มที่เจอกันระหว่างทางและหวังจะพัฒนาความสัมพันธ์กับมาร์ทีน ซึ่งพวกเขาแต่ละคนมีเหตุผลในการเดินทางไม่เหมือนกัน ซึ่งในเรื่องนี้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท กอร์ดี เด็กหนุ่มผู้แสวงหาการถูกยอมรับนั่นเอง
เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

TheYellowHandkerchief.com

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

TheYellowHandkerchief.com

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

TheYellowHandkerchief.com

3. The Other Boleyn Girl (2008)

           หนังเล่าเรื่องราวของพี่น้องสองสาวตระกูลโบลีน แอน และแมรี่ ที่ถูกส่งเข้ามาในราชสำนักทิวดอร์ เพื่อตอบสนองความทะเยอทะยานและมักใหญ่ใฝ่สูงของผู้เป็นพ่อ ผู้หวังจะใช้ลูกสาวเพื่อกรุยทางสู่อำนาจและยศถาบรรดาศักดิ์แก่วงศ์ตระกูล และจากจุดประสงค์ที่หวังเชิดหน้าชูตาตระกูล จนทำให้แอนและแมรี่แก่งแย่งชิงดีกันเพื่อที่จะครอบครองความรักของกษัตริย์ ในเรื่องนี้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท วิลเลียม สแตฟฟอร์ด หัวหน้าคนเลี้ยงม้า ที่แม้จะไม่ใช่บทเด่นอะไรแต่ก็ยังมีเรื่องราวเป็นของตัวเองอยู่บ้าง
เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

Sony Pictures Entertainment

4. My Week with Marilyn (2011)

           แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวสำหรับบทบาท โคลิน คลาร์ก ที่ได้ประกบคู่กับนางเอกสาว มิเชลล์ วิลเลียมส์ กับเรื่องราวของนักศึกษาเอกฟิล์มไฟแรงอย่าง โคลิน คลาร์ก ผู้ใฝ่ฝันจะเป็นผู้กำกับ และเขาก็ได้งานเป็นผู้ช่วยในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง The Prince and the Showgirl ซึ่งมีนักแสดงสาวชื่อดังอย่าง มาริลิน มอนโร เป็นนางเอกของเรื่อง ซึ่งได้เล่าถึงเรื่องจริงของหนึ่งสัปดาห์สุดวิเศษที่เขาได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับดาราสาวที่โด่งดังที่สุดของโลกนั่นเอง
เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

M Pictures

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

M Pictures

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

M Pictures

5. Les Miserables (2013)

           หนังสร้างจากวรรณกรรมเลื่องชื่อของฝรั่งเศส Les Miserables ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 เป็นเรื่องราวของ ฌอง วาลฌอง หนุ่มใจบุญที่ถูกจับเข้าคุกเพราะขโมยขนมปังเพื่อนำไปจุนเจือครอบครัวของเขา หลังจากถูกจำคุกยาวนานถึง 19 ปี เขาก็ได้รับการปล่อยตัวอีกครั้ง และได้เข้าร่วมกับขบวนการปฏิวัติเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตนเองคืน ในขณะที่ ชาแวร์ ตำรวจผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง ออกตามล่าตัว วาลฌอง เพื่อจับเข้าคุกในฐานะผู้ก่อความวุ่นวายต่อต้านรัฐบาล ส่วนทาง ฟองติน หญิงสาวอาภัพผู้ยอมทำทุกอย่างแม้แต่การขายตัว เพื่อเลี้ยงลูกสาวตัวน้อยของเธอให้อยู่รอด และได้ฝากลูกน้อยไว้ให้ วาลฌอง ช่วยดูแลต่อเมื่อเธอจะจากโลกนี้ไป ในเรื่องนี้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท มาริอุส ปงต์แมร์ซี ชายหนุ่มนักปฏิวัติ ที่ในเรื่องนี้เขาได้โชว์ทักษะในการร้องเพลงด้วย เรียกว่าดีงามไม่แพ้กับการแสดงของเขาเลยทีเดียว
เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

Universal Pictures

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

Universal Pictures

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

Universal Pictures

6. The Theory of Everything (2014)

           หนังที่ทำให้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ สร้างมาจากชีวประวัติของ สตีเฟน ฮอว์คิง นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม (โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง) ตั้งแต่อายุ 21 ปี และแพทย์วินิจฉัยว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 2 ปี แต่ด้วยความรัก กำลังใจ และความมุ่งมั่นของ เจน ภรรยาคนแรกของเขา ทำให้สตีเฟนไม่ย่อท้อในการต่อสู้กับโรคร้าย และสร้างผลงานใหม่ทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ พวกเขาสร้างความสำเร็จได้มากกว่าที่นึกฝันไว้

7. Jupiter Ascending (2015)

           พลิกคาแรกเตอร์มารับบทบาทตัวร้ายกันบ้าง สำหรับหนัง Jupiter Ascending เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท บาเล็ม เอบราแซ็กซ์ จักรพรรดิตัวร้ายสุดโหดเหี้ยมที่พยายามยึดครองกาแล็กซี หนังเล่าเรื่องราวของ จูปิเตอร์ โจนส์ หญิงสาวที่เกิดขึ้นภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งเธอต้องมาเผชิญอยู่ในโลกแห่งความจริงอันหนาวเหน็บ คือมีอาชีพทำความสะอาดห้องน้ำในเมืองใหญ่ และต้องทำงานหนักอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น แต่ชีวิตของเธอก็ถูกกำหนดไว้ให้เป็นราชินีของจักรวาลโดยที่เธอไม่รู้มาก่อน จนกระทั่ง เคน นักดัดแปลงพันธุกรรม อดีตนักล่าของกองทัพ ได้เดินทางมายังโลก และนำเธอไปสู่ชะตากรรมที่รอเธอมาแสนนาน และเธอคนเดียวที่จะเป็นผู้ปรับเปลี่ยนความสมดุลของจักรวาล

8. The Danish Girl (2015)

            เรื่องราวสุดเข้มข้นของหนังเรื่อง The Danish Girl เล่าเรื่องจริงของบุคคลในประวัติศาสตร์อย่าง ไอนาร์ เวเกเนอร์ จิตรกรหนุ่มชาวเดนมาร์กยุค 1920 ที่เข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศจนประสบความสำเร็จเป็นรายแรกของโลก จุดพลิกผันในชีวิตของเขาเริ่มต้นเมื่อภรรยาสาว เจอร์ด้า เวเกเนอร์ ขอร้องให้แต่งตัวเป็นผู้หญิงเพื่อเป็นแบบวาดรูป ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นให้เขาค้นพบตัวตนและตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น ลิลี่ เอลบี ซึ่งการแสดงของ เอ็ดดี้ เรดเมย์น เรื่องนี้ได้สร้างกระแสถกเถียงกันในหมู่นักวิจารณ์ แต่ด้วยความทุ่มเทในการถ่ายทอดเรื่องราวก็ทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด 

9. Fantastic Beasts and Where to Find Them (2016, 2018, 2022)

              ก้าวเข้าสู่โลกของเวทมนตร์อย่างเต็มตัว สำหรับ เอ็ดดี้ เรดเมย์น กับบทบาท นิวท์ สคามันเดอร์ พ่อมดหนุ่มสุดเนิร์ดเจ้าของสัตว์วิเศษจากโลกของพ่อมดใน Fantastic Beasts and Where to Find Them ที่จะเล่าเรื่องราวต่อที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1927 หลังจากภาคแรกไม่กี่เดือน หลังพ่อมดร้าย กรินเดลวัลด์ ที่หลบหนีออกมาจากการจับกุม และเดินหน้ารวบรวมผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน นั่นคือการยกระดับเหล่าผู้มีเวทมนตร์เลือดบริสุทธิ์ (Pure-blood) ให้อยู่เหนือมักเกิ้ล (Muggle) หรือมนุษย์ธรรมดาทั่วไป และในความพยายามที่จะหยุดยั้งแผนการของ กรินเดลวัลด์ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ จึงต้องขอความช่วยเหลือจากศิษย์รัก นิวท์ สคามันเดอร์ ผู้ที่ตกลงให้ความช่วยเหลือโดยไม่รู้ถึงอันตรายที่อยู่ข้างหน้า ความรัก ความภักดี ความเชื่อใจ จะถูกทดสอบแม้แต่ในกลุ่มของเพื่อนและครอบครัว ในโลกเวทมนตร์ที่แบ่งแยกชนชั้นมากยิ่งขึ้น

10. The Aeronauts (2019)

            หนังดัดแปลงมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในอดีตของ 2 ผู้บุกเบิกโลกวิทยาศาสตร์ด้านพยากรณ์อากาศ โดย เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท เจมส์ กราเชอร์ นักอุตุนิยมวิทยา กับนักขับบอลลูนสาว เอมีเลีย เรน ในการนำบอลลูนขึ้นเหนือชั้นบรรยากาศเพื่อทำการศึกษารูปแบบของสภาพภูมิอากาศในช่วงยุค 1890
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
รวมผลงาน เอ็ดดี้ เรดเมย์น นักแสดงมากพรสวรรค์ ตีบทแตกในทุกบทบาท โพสต์เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 16:45:26 13,703 อ่าน
TOP