x close

รวมผลงาน เอ็ดดี้ เรดเมย์น นักแสดงมากพรสวรรค์ ตีบทแตกในทุกบทบาท

            10 ผลงาน เอ็ดดี้ เรดเมย์น นักแสดงมากพรสวรรค์ ตีบทแตกในทุกบทบาท
          ทำความรู้จักกับผลงาน เอ็ดดี้ เรดเมย์น ชายหนุ่มที่มาพร้อมกับพรสวรรค์และการแสดงที่ยอดเยี่ยม เจ้าของรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมเวทีออสการ์ จากบท สตีเฟน ฮอว์คิง ใน The Theory of Everything และสร้างความฮือฮาจากการรับบท ลิลี่ เอลบี ใน The Danish Girl กับบทบาทหญิงข้ามเพศที่สามารถแสดงจริตจะก้านของหญิงสาวได้อย่างนุ่มนวล และที่สร้างความฮือฮาที่สุดคงหนีไม่พ้นการก้าวเข้าสู่โลกของเวทมนตร์กับบทบาท นิวท์ สคามันเดอร์ พ่อมดหนุ่มสุดเนิร์ดเจ้าของสัตว์วิเศษจากโลกของพ่อมดอย่าง Fantastic Beasts 
เอดดี เรดเมน

ภาพจาก : Netflix

          แน่นอนว่า เอ็ดดี้ เรดเมย์น ยังมีผลงานอีกมากมายให้ติดตามกันไม่ว่าจะเป็นการรับบทหนุ่มนักปฏิวัติ ในหนังแนวมิวสิคัลอย่าง Les Miserables ที่เจ้าตัวได้โชว์ความสามารถในการร้องเพลงอีกด้วย หรือว่าจะเป็นการพลิกไปรับบทตัวร้ายในหนังแอ็คชั่น-แฟนตาซีอย่าง Jupiter Ascending ก็ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว ล่าสุดกับหนังเขย่าขวัญอาชญากรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง The Good Nurse ที่เป็นการผนึกกำลังของ 2 นักแสดงทรงพลัง เอ็ดดี้ เรดเมย์น กับ เจสสิก้า เชสเทน นั่นเอง
           และในวันนี้กระปุกดอทคอมจะขอพาคุณ ๆ ย้อนไปดูผลงานที่ผ่านมาบางส่วนของ เอ็ดดี้ เรดเมย์น กัน ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นมาติดตามกันเลย

1. Elizabeth: The Golden Age (2007)

            สำหรับ Elizabeth: The Golden Age บอกเล่าเรื่องราวของพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 ที่ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามต่อบัลลังก์ที่มาจากการทรยศในราชวงศ์จากการสมคบคิดกันของ แมรี่ สจ๊วต พระญาติของพระองค์ กับกษัตริย์ฟิลลิปส์ที่ 2 แห่งสเปน ที่หมายโค่นบัลลังก์ของพระองค์ให้จงได้ ราชินีเอลิซาเบธจึงต้องออกศึกทำสงครามเพื่อปกป้องราชอาณาจักรของพระองค์ให้คงมั่น และในเรื่องนี้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท โทมัส บาบิงตัน ชายผู้มีส่วนร่วมในแผนสังหารราชินีเอลิซาเบธที่ 1 นั่นเอง
เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

ภาพจาก : Universal Pictures All-Access

2. The Yellow Handkerchief (2008)

           หนังว่าด้วยเรื่องราวของคนแปลกหน้า 3 คนที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในเส้นทางไปลุยเซียนา ประกอบด้วย เบรตต์ ผู้มีอดีตอันเจ็บปวด มาร์ทีน สาววัยรุ่นที่หนีออกจากบ้านและมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับครอบครัว และกอร์ดี เด็กหนุ่มที่เจอกันระหว่างทางและหวังจะพัฒนาความสัมพันธ์กับมาร์ทีน ซึ่งพวกเขาแต่ละคนมีเหตุผลในการเดินทางไม่เหมือนกัน ซึ่งในเรื่องนี้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท กอร์ดี เด็กหนุ่มผู้แสวงหาการถูกยอมรับนั่นเอง
เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

ภาพจาก : เว็บไซต์ TheYellowHandkerchief.com

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

ภาพจาก : เว็บไซต์ TheYellowHandkerchief.com

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

ภาพจาก : เว็บไซต์ TheYellowHandkerchief.com

3. The Other Boleyn Girl (2008)

           หนังเล่าเรื่องราวของพี่น้องสองสาวตระกูลโบลีน แอน และแมรี่ ที่ถูกส่งเข้ามาในราชสำนักทิวดอร์ เพื่อตอบสนองความทะเยอทะยานและมักใหญ่ใฝ่สูงของผู้เป็นพ่อ ผู้หวังจะใช้ลูกสาวเพื่อกรุยทางสู่อำนาจและยศถาบรรดาศักดิ์แก่วงศ์ตระกูล และจากจุดประสงค์ที่หวังเชิดหน้าชูตาตระกูล ทำให้แอนและแมรี่แก่งแย่งชิงดีกันเพื่อที่จะครอบครองความรักของกษัตริย์ ในเรื่องนี้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท วิลเลียม สแตฟฟอร์ด หัวหน้าคนเลี้ยงม้า ที่แม้จะไม่ใช่บทเด่นอะไรแต่ก็ยังมีเรื่องราวเป็นของตัวเองอยู่บ้าง
เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

ภาพจาก : Sony Pictures Entertainment

4. My Week with Marilyn (2011)

           แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวสำหรับบทบาท โคลิน คลาร์ก ที่ได้ประกบคู่กับนางเอกสาว มิเชลล์ วิลเลียมส์ กับเรื่องราวของนักศึกษาเอกฟิล์มไฟแรงอย่าง โคลิน คลาร์ก ผู้ใฝ่ฝันจะเป็นผู้กำกับ และเขาก็ได้งานเป็นผู้ช่วยในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง The Prince and the Showgirl โดยมีนักแสดงสาวชื่อดังอย่าง มาริลิน มอนโร เป็นนางเอกของเรื่อง ซึ่งได้เล่าถึงเรื่องจริงของหนึ่งสัปดาห์สุดวิเศษที่เขาได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับดาราสาวที่โด่งดังที่สุดของโลกนั่นเอง
เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

ภาพจาก : M Pictures

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

ภาพจาก : M Pictures

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

ภาพจาก : M Pictures

5. Les Miserables (2013)

           หนังสร้างจากวรรณกรรมเลื่องชื่อของฝรั่งเศส Les Miserables ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 เป็นเรื่องราวของ ฌอง วาลฌอง หนุ่มใจบุญที่ถูกจับเข้าคุกเพราะขโมยขนมปังเพื่อนำไปจุนเจือครอบครัวของเขา หลังจากถูกจำคุกยาวนานถึง 19 ปี เขาก็ได้รับการปล่อยตัวอีกครั้ง และได้เข้าร่วมกับขบวนการปฏิวัติเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตนเองคืน ในขณะที่ ชาแวร์ ตำรวจผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง ออกตามล่าตัว วาลฌอง เพื่อจับเข้าคุกในฐานะผู้ก่อความวุ่นวายต่อต้านรัฐบาล ส่วน ฟองติน หญิงสาวอาภัพผู้ยอมทำทุกอย่างแม้แต่การขายตัวเพื่อเลี้ยงลูกสาวของเธอให้อยู่รอด และได้ฝากลูกไว้ให้ วาลฌอง ช่วยดูแลต่อเมื่อเธอจะจากโลกนี้ไป ในเรื่องนี้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท มาริอุส ปงต์แมร์ซี ชายหนุ่มนักปฏิวัติ ที่ในเรื่องนี้เขาได้โชว์ทักษะในการร้องเพลงด้วย เรียกว่าดีงามไม่แพ้กับการแสดงของเขาเลยทีเดียว
เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

ภาพจาก : Universal Pictures

เอดดี้ เรดเมน ภาพยนตร์

ภาพจาก : Universal Pictures

6. The Theory of Everything (2014)

           หนังที่ทำให้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ สร้างมาจากชีวประวัติของ สตีเฟน ฮอว์คิง นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม (โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง) ตั้งแต่อายุ 21 ปี และแพทย์วินิจฉัยว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 2 ปี แต่ด้วยความรัก กำลังใจ และความมุ่งมั่นของ เจน ภรรยาคนแรกของเขา ทำให้สตีเฟนไม่ย่อท้อในการต่อสู้กับโรคร้าย สร้างผลงานใหม่ทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งพวกเขาสร้างความสำเร็จได้มากกว่าที่นึกฝันไว้

7. Jupiter Ascending (2015)

           พลิกคาแรกเตอร์มารับบทบาทตัวร้ายกันบ้าง สำหรับหนัง Jupiter Ascending เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท บาเล็ม เอบราแซ็กซ์ จักรพรรดิตัวร้ายสุดโหดเหี้ยมที่พยายามยึดครองกาแล็กซี หนังเล่าเรื่องราวของ จูปิเตอร์ โจนส์ หญิงสาวที่เกิดมาภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งเธอต้องมาเผชิญอยู่ในโลกแห่งความจริงอันหนาวเหน็บ คือมีอาชีพทำความสะอาดห้องน้ำในเมืองใหญ่ และต้องทำงานหนักอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น แต่ชีวิตของเธอก็ถูกกำหนดไว้ให้เป็นราชินีของจักรวาลโดยที่เธอไม่รู้มาก่อน จนกระทั่ง เคน นักดัดแปลงพันธุกรรม อดีตนักล่าของกองทัพ ได้เดินทางมายังโลกและนำเธอไปสู่ชะตากรรมที่รอเธอมาแสนนาน ซึ่งเธอคือคนเดียวที่จะเป็นผู้ปรับเปลี่ยนความสมดุลของจักรวาล

8. The Danish Girl (2015)

            เรื่องราวสุดเข้มข้นของหนังเรื่อง The Danish Girl เล่าเรื่องจริงของบุคคลในประวัติศาสตร์อย่าง ไอนาร์ เวเกเนอร์ จิตรกรหนุ่มชาวเดนมาร์กยุค 1920 ที่เข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศจนประสบความสำเร็จเป็นรายแรกของโลก จุดพลิกผันในชีวิตของเขาเริ่มต้นเมื่อภรรยาสาว เจอร์ด้า เวเกเนอร์ ขอร้องให้แต่งตัวเป็นผู้หญิงเพื่อเป็นแบบวาดรูป ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นให้เขาค้นพบตัวตนและตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น ลิลี่ เอลบี ซึ่งการแสดงของ เอ็ดดี้ เรดเมย์น เรื่องนี้ได้สร้างกระแสถกเถียงกันในหมู่นักวิจารณ์ แต่ด้วยความทุ่มเทในการถ่ายทอดเรื่องราวก็ทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด 

9. Fantastic Beasts and Where to Find Them (2016, 2018, 2022)

              ก้าวเข้าสู่โลกของเวทมนตร์อย่างเต็มตัว สำหรับ เอ็ดดี้ เรดเมย์น กับบทบาท นิวท์ สคามันเดอร์ พ่อมดหนุ่มสุดเนิร์ดเจ้าของสัตว์วิเศษจากโลกของพ่อมดใน Fantastic Beasts and Where to Find Them ที่จะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1927 หลังจากภาคแรกไม่กี่เดือน หลังพ่อมดร้าย กรินเดลวัลด์ ที่หลบหนีออกมาจากการจับกุม และเดินหน้ารวบรวมผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน นั่นคือการยกระดับเหล่าผู้มีเวทมนตร์เลือดบริสุทธิ์ (Pure-blood) ให้อยู่เหนือมักเกิ้ล (Muggle) หรือมนุษย์ธรรมดาทั่วไป และในความพยายามที่จะหยุดยั้งแผนการของ กรินเดลวัลด์ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ จึงต้องขอความช่วยเหลือจากศิษย์รัก นิวท์ สคามันเดอร์ ผู้ที่ตกลงให้ความช่วยเหลือโดยไม่รู้ถึงอันตรายที่อยู่ข้างหน้า ความรัก ความภักดี ความเชื่อใจ จะถูกทดสอบแม้แต่ในกลุ่มของเพื่อนและครอบครัว ในโลกเวทมนตร์ที่แบ่งแยกชนชั้นมากยิ่งขึ้น

10. The Aeronauts (2019)

            หนังดัดแปลงมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในอดีตของ 2 ผู้บุกเบิกโลกวิทยาศาสตร์ด้านพยากรณ์อากาศ โดย เอ็ดดี้ เรดเมย์น รับบท เจมส์ กราเชอร์ นักอุตุนิยมวิทยา กับนักขับบอลลูนสาว เอมีเลีย เรน ในการนำบอลลูนขึ้นเหนือชั้นบรรยากาศเพื่อทำการศึกษารูปแบบของสภาพภูมิอากาศในช่วงยุค 1890

11. The Good Nurse (2022)

          ผลงานล่าสุดของ เอ็ดดี้ เรดเมย์น ที่ดัดแปลงมาจากเค้าโครงเรื่องจริงของพยาบาลคนหนึ่งที่สงสัยว่าเพื่อนร่วมงานอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตอย่างลึกลับของผู้ป่วยหลายคน จึงเสี่ยงชีวิตเปิดเผยความจริงในภาพยนตร์ระทึกขวัญน่าจับตาที่สร้างจากเหตุการณ์จริงเรื่องนี้ ซึ่งในเรื่องนี้เขารับบท ชาร์ลส์ คัลเล็น บุรุษพยาบาลที่ฉีดยาให้คนไข้โอเวอร์โดส
           โดย The Good Nurse บอกเล่าเรื่องราวของ เอมี่ พยาบาลช่างเห็นอกเห็นใจและคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้มีภาวะโรคหัวใจร้ายแรงถึงชีวิต ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างสุดกำลังเพราะการเข้าเวรกะดึกในแผนกไอซียูที่ทั้งหนักและแสนยุ่ง แต่แล้วก็ได้คนมาช่วยผ่อนแรง เมื่อ ชาร์ลี พยาบาลผู้ใส่ใจและเข้าอกเข้าใจคนอื่น มาเริ่มงานที่แผนกเดียวกัน มิตรภาพที่มั่นคงแน่นแฟ้นเริ่มก่อตัวขึ้น ทั้งคู่ทำงานที่โรงพยาบาลด้วยกันจนดึกดื่น นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เอมี่เกิดความเชื่อมั่นในอนาคตของตัวเองและลูก ๆ ที่ยังเล็กอย่างแท้จริง แต่การเสียชีวิตอย่างลึกลับของผู้ป่วยหลายคนนำไปสู่การสืบสวนพร้อมเบาะแสที่ชี้ว่าชาร์ลีคือผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีนี้ เอมี่จึงต้องเสี่ยงชีวิตของตัวเองและความปลอดภัยของลูก ๆ เพื่อค้นหาความจริง
เอดดี เรดเมน

ภาพจาก : Netflix

เอดดี เรดเมน

ภาพจาก : Netflix

เอดดี เรดเมน

ภาพจาก : Netflix

            เป็นอย่างไรกันบ้างกับแต่ละบทบาทของ เอ็ดดี้ เรดเมย์น ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการแสดงของผู้ชายคนนี้ช่างทรงพลังสมกับรางวัลออสการ์ที่เขาคว้ามาได้จริง ๆ เอาเป็นว่าใครที่พลาดชมเรื่องไหนสามารถไปตามเก็บกันได้ตามแอปพลิเคชันดูหนังออนไลน์ต่าง ๆ ได้เลย
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รวมผลงาน เอ็ดดี้ เรดเมย์น นักแสดงมากพรสวรรค์ ตีบทแตกในทุกบทบาท อัปเดตล่าสุด 27 ตุลาคม 2565 เวลา 11:48:50 30,201 อ่าน
TOP