เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมขอขอบคุณภาพประกอบจาก
เฟซบุ๊ก The Hunger Games,
เฟซบุ๊ก Thor,
เฟซบุ๊ก The Best Man Holiday,
เฟซบุ๊ก Delivery Man,
เฟซบุ๊ก Free Birds เป็นไปตามคาดสำหรับ The Hunger Games : Catching Fire อันดับ 1 ประจำสัปดาห์นี้ โดยสามารถทำรายได้เปิดตัวสูงถึง 161.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามติดมาด้วยแชมป์เก่าในสัปดาห์ที่แล้ว Thor : The Dark World ที่สามารถเก็บรายได้เพิ่มไปอีก 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอันดับ 3 เป็นของ The Best Man Holiday ด้วยรายได้ 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดตามรายงานอันดับหนังทำเงิน Box Office ประจำสัปดาห์ที่ 22 - 24 พฤศจิกายน 2556 กันเลย
อันดับ 1 เป็นของหนังแอ็คชั่นผจญภัย The Hunger Games : Catching Fire จากค่าย Lionsgate ภาคต่อของภาพยนตร์ชุด The Hunger Games ในปี 2012 ของผู้กำกับ ฟรานซิส ลอว์เรนซ์ (Francis Lawrence) ที่ได้ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ (Jennifer Lawrence) และจอช ฮัทเชอร์สัน (Josh Hutcherson) กลับมารับบทเดิม เดินทางกลับสู่เขต 12 ในฐานะผู้ชนะเกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีสโนว์ ที่พบว่าถูกกลุ่มคนเล็ก ๆ ท้าทายอำนาจ ตัดสินใจที่จะจัดเกมล่าชีวิตครั้งที่ 75 ด้วยการนำอดีตผู้ชนะจากทั้ง 12 เขตมาต่อสู้กัน ซึ่งก็รวมถึงสองตัวแทนคนสำคัญ ฟินนิก โอแดร์ (แซม คาฟลิน) และ โจแฮนน่า เมสัน (จีน่า มาโลน) ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้เอง ก็กลายเป็นชนวนครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงพาเน็มไปตลอดกาล หนังเปิดตัว 3 วัน กวาดรายได้ไปถึง 161.1 ล้านดอลลาร์ รวมรายได้จากทั่วโลก Catching Fire ทำเงินไปแล้ว 307.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านนักวิจารณ์ให้ถึง 3 ดาวครึ่งจาก 4 ดาว
อันดับ 2 เป็นของแชมป์เก่าในสัปดาห์ที่แล้ว Thor : The Dark World โดย 3 วันทำรายได้เพิ่มไป 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐรวมรายได้ที่เข้าฉาย 3 สัปดาห์จากทั่วโลกทำเงินไปแล้วถึง 548.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อันดับ 3 ร่วงลงมาจากอันดับ 2 ภาพยนตร์คอมเมดี้เรื่อง The Best Man Holiday โดยทำเงินเพิ่มไป 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมรายได้ 2 สัปดาห์อยู่ที่ 50.4 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อันดับ 4 เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้เข้าใหม่เรื่อง Delivery Man จาก Walt Disney Pictures ของผู้กำกับ เคน สก็อตต์ (Ken Stott) ที่ได้ วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) มารับบทหนุ่มสุดทะเล้น เดวิด วอซเนียค ผู้บริจาคสเปิร์มโดยใช้ฉายาว่า "สตาร์บัค" จนมีเด็กที่เกิดจากสเปิร์มของเขาถึง 530 คน หลังจากเขาบริจาคสเปิร์มให้แก่คลินิกที่ไม่เปิดเผยตัวตน 20 ปีต่อมาก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้เมื่อเด็กจำนวนมากที่เกิดจากสเปิร์มของเขา ได้เรียกร้องให้ผู้บริจาคสเปิร์มนาม "สตาร์บัค" เปิดเผยตัวตน และทำให้ เดวิด เปิดใจเข้าหาเพื่อที่จะค่อย ๆ รู้จักเข้าใจลูก ๆ แต่ละคน Delivery Man เปิดตัว 3 วันด้วยรายได้ 8.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมรายได้จากทั่วโลกอยู่ที่ 9.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อันดับ 5 เป็นของ Free Birds แอนิเมชั่น 3 มิติเกี่ยวกับไก่งวงเพื่อนซี้ ที่ลงทุนย้อนเวลาเพื่อไปเปลี่ยนแปลงอดีต ร่วงลงมาจากอันดับ 4 โดย 3 วันเก็บเงินเพิ่มไป 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมรายได้ 4 สัปดาห์ Free Birds ทำเงินไปแล้ว 48.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนอันดับ 6 - 10 มีดังนี้ 6. Last Vegas ทำรายได้ 4.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉาย 4 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 53.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
7. Jackass Presents : Bad Grandpa ทำรายได้ 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉาย 5 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 95.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
8. Gravity ทำรายได้ 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉาย 8 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 245.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
9. 12 Years a Slave ทำรายได้ 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉาย 6 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 29.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
10. Dallas Buyers Club ทำรายได้ 2.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉาย 4 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Box Office Mojo