


วอลท์ ดิสนีย์ เริ่มต้นกระบวนการซื้อสิทธิหนังสือเรื่อง "Mary Poppins" ของพี.แอล. แทรเวอร์ส ในช่วงต้นยุค 40 แม้ว่าจะเวลาเกือบ 20 ปีกว่าจะคว้าสิทธิเรื่องนี้มาได้ ในตอนที่ "Mary Poppins" ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้รับห้ารางวัลอคาเดมี อวอร์ดจากทั้งหมด 13 รางวัลที่ได้รับการเสนอชื่อ ได้แก่สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (จูลี แอนดรูว์ส), เอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและเพลงดั้งเดิมยอดเยี่ยม ส่วนสาขาอื่น ๆ ที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล ได้แก่ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม นอกจากนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับรางวัลออสการ์เทคนิคสำหรับเปโทร วลาฮอส, แวดส์เวิร์ธ โพห์ลและอับ อิเวิร์คส์ สำหรับการคิดและขัดเกลาเทคนิคการถ่ายทำแบบผสมผสานสีแบ็คกราวน์และโฟร์กราวน์
ริชาร์ดและโรเบิร์ต เชอร์แมน ได้แต่งดนตรีประกอบภาพยนตร์ดั้งเดิมของเรื่องและได้แต่งเพลงที่ได้รับรางวัลออสการ์ปี 1964 "Chim Chim Cher-ee" ในเรื่อง เพลงนี้ขับร้องโดยเจสัน ชวอร์ทซ์แมน (ริชาร์ด) และบี.เจ. โนวัค (โรเบิร์ต)
ทราเวอร์ส กอฟฟ์ พ่อของพี.แอล. แทรเวอร์ส ผู้แต่ง "Mary Poppins" เป็นนายธนาคารและเป็นต้นแบบของมิสเตอร์แบงค์ พ่อในเรื่อง "Mary Poppins" ซึ่งเป็นตัวละครที่ได้รับความช่วยเหลือจากพี่เลี้ยงเด็กคนดังตามท้องเรื่อง
"Saving Mr. Banks" เป็นภาพยนตร์ดราม่าขนาดยาวเรื่องแรกที่เล่าเรื่องราวของวอลท์ ดิสนีย์ นักธุรกิจคนดัง โดยมีทอม แฮงค์ เจ้าของสองรางวัลอคาเดมี อวอร์ด (Philadelphia, Forrest Gump) มารับบทพระเอกของเรื่อง

ด้วยวัย 32 ปี เจสัน ชวอร์ซแมนมีอายุเท่ากับตัวละครของเขา นักแต่งเพลง ริชาร์ด เชอร์แมน ในตอนที่เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในปี 1961 และด้วยวัย 34 ปี บี.เจ. โนวัค ก็มีอายุเท่ากับตัวละครของเขา โรเบิร์ต เชอร์แมน พี่ชายนักแต่งเพลงของริชาร์ด ในขณะนั้นด้วย
"Saving Mr. Banks" เป็นครั้งแรกที่พี่น้องต่างสายเลือด จอห์น (ผู้กำกับภาพ) และนักแสดงหนุ่ม เจสัน ชวอร์ซแมน (รับบทนักแต่งเพลง ริชาร์ด เชอร์แมน) ได้ทำงานร่วมกัน แม่ของเจสัน ซึ่งเป็นทายาทของทนายความในวงการและผู้อำนวยการสร้างแจ็ค ชวอร์ซแมน คือนักแสดงหญิงผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ ทาเลีย ไชร์ (Godfather, Rocky) ทำให้ไชร์เป็นแม่เลี้ยงของจอห์น (และทำให้ทั้งคู่เป็นหลานของฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา)
ผู้ที่รับบทตัวประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้คือลีห์ แอนน์ ทูฮีย์ นางเอกของหนังสือและภาพยนตร์เรื่อง "The Blind Side" ที่กำกับโดยจอห์น ลี แฮนค็อก ใน "Saving Mr. Banks" เธอรับบทนักท่องเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ที่ขอลายเซ็นของวอลท์ ดิสนีย์หลังจากที่พี.แอล. แทรเวอร์ส ผู้เขียน "Mary Poppins" มาถึงได้ไม่นาน


"Saving Mr. Banks" เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สามที่ถ่ายทำที่ดิสนีย์แลนด์ ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ถ่ายทำที่สวนสนุกแห่งนี้คือผลงานกำกับเรื่องแรกของทอม แฮงค์ "That Thing You Do" และภาพยนตร์อีกเรื่องที่ถ่ายทำที่สวนสนุกอายุเก่าแก่ 58 ปีแห่งนี้คือผลงานการกำกับเรื่องแรกของนอร์แมน ยิววิสันในปี 1962 เรื่อง "40 Pounds of Trouble"
สตูดิโอวอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ เป็นหนึ่งในซาวน์สเตจที่ใหญ่ที่สุดในลอสแองเจลิส (สเตจ 2) ซึ่งตอนนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า "จูลี แอนดรูว์ส สเตจ" เพราะอาคารขนาด 31,200 ตารางฟุตแห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำ "Mary Poppins" ในปี 1963
ผู้กำกับจอห์น ลี แฮนค็อกต้องการภูมิประเทศที่กว้างขวางของทิวเขาและพุ่มไม้เพื่อจำลองภาพชนบทห่างไกลของออสเตรเลียเมื่อร้อยปีที่แล้ว แอนดรูวว์ อัลล์แมน ผู้จัดการฝ่ายโลเกชั่นผู้คร่ำหวอดในวงการ พบบิ๊ก สกาย แรนช์ ขนาด 10,000 เอเคอร์ในซิมี วัลลีย์, แคลิฟอร์เนีย ที่น่าประทับใจจนดีน พ่อของแอนนี บัคลีย์ นักแสดงหญิงชาวออสเตรเลีย คิดว่าเขาได้กลับไปบ้านเกิดของเขาจริง ๆ เสียอีก
ระหว่างการเดินทางไปคัดเลือกนักแสดงที่ออสเตรเลีย ผู้กำกับจอห์น ลี แฮนค็อกและผู้อำนวยการสร้างอลิสัน โอเวนได้เดินทางไปที่แมรีโบโรห์, ควีนส์แลนด์ เพื่อดูสถานที่ที่พี.แอล. แทรเวอร์สเคยใช้ชีวิตอยู่สมัยเด็ก

ก่อนหน้าการถ่ายทำฉากแฟลชแบ็คในออสเตรเลีย โคลิน ฟาร์เรล ผู้รับบทพ่อของพี.แอล. แทรเวอร์สรู้ว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้พบกับทีมนักแสดงคนอื่นๆ ที่แสดงในส่วนของเรื่องราวที่เป็นปี 1961 ด้วยความที่ฟาร์เรลชื่นชมผลงานของเพื่อนร่วมแสดงของเขา เขาก็เลยจัดงานเลี้ยงดินเนอร์ขึ้นที่บ้านในฮอลลีวูดของเขา ซึ่งมีการฉายภาพยนตร์เรื่อง “Mary Poppins” ด้วย มีคนมาร่วมงานประมาณ 25 คนและพวกเขาก็ใช้เวลาในค่ำคืนนั้นสนุกสนานกับการได้ทำความรู้จักกันและการดูภาพยนตร์อมตะเรื่องนี้
ในภาพยนตร์เรื่องนี้ พี.แอล. แทรเวอร์ส ที่รับบทโดยเอ็มมา ธอมป์สัน เปิดประตูห้องโรงแรมของเธอในเบเวอร์ลี ฮิลส์ และพบว่าห้องของเธอเต็มไปด้วยของที่ระลึกของดิสนีย์ (เอื้อเฟื้อโดยผู้ตกแต่งฉาก ซูซาน เบนจามิน ผู้ประดับห้องนั้นด้วยของสารพัดอย่างตั้งแต่ตุ๊กตามิคกี้ เมาส์ขนาดหกฟุต ไปจนถึงลูกโป่ง) ผู้บริหารและคนทำหนังผู้คร่ำหวอดในวงการมานาน ฌอน เบลลีย์ ประธานฝ่ายโปรดักชันคนปัจจุบันของดิสนีย์ เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำแบบเดียวกันกับเอ็มมา ธอมป์สันบ้าง เขาตกแต่งห้องโรงแรมของธอมป์สันในลอสแองเจลิสด้วยของที่ระลึกดิสนีย์ให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะใส่ไปในห้องของเธอได้ ประมาณหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง เบลลีย์ได้รับข้อความขอบคุณจากธอมป์สัน ซึ่งเธอถามว่าพวกเขาได้ซ่อนกล้องวิดีโอไว้ในห้องเพื่อบันทึกภาพปฏิกิริยาของเธอไว้ด้วยรึเปล่า !
ก่อนหน้าการถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้น ผู้กำกับจอห์น ลี แฮนค็อกได้นำทีมนักแสดงบางส่วนไปยังอาคารแคปิตอล เรคคอร์ดส์ ที่โด่งดัง ซึ่งตั้งอยู่ตรงสี่แยกถนนฮอลลีวูดตัดกับไวน์ เพื่อบันทึกเสียงสำหรับเพลงจาก "Mary Poppins" บางเพลงของพี่น้องเชอร์แมน เซสชันนั้นเกิดขึ้นเพื่อบันทึกเสียงเพลงที่จะใช้เปิดในตอนที่ทีมงานจัดฉากที่พี่น้องเชอร์แมนและมือเขียนบท ดากราดี้ ร้องเพลงให้กับพี.แอล. แทรเวอร์ส พวกเขาใช้เวลาในยามบ่ายที่แสนสนุกสนานในห้องอัดเสียงของแคปิตอล ด้วยการร้องท่อนต่างๆ ของเพลงที่ถูกใส่มาใน "Saving Mr. Banks" เช่น "A Spoonful of Sugar," "Feed the Birds," "Fidelity Fiduciary Bank" และ "Let’s Go Fly a Kite"

ในตอนที่ทีมงานและนักแสดงประมาณ 150 ชีวิตได้มารวมตัวกันในช่วงท้ายของงานสร้างในฉากรีเฮอร์ซัล สตูดิโอ โดยที่คนส่วนใหญ่ที่รวมตัวกัน ณ ที่นั้นไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน ริชาร์ด เชอร์แมนได้นั่งลงหน้าเปียโนแล้วเริ่มเล่นเพลง "Let’s Go Fly a Kite" และขอให้ทุกคนในที่นั้นร้องเพลงคลอไปด้วย ทันใดนั้น คนจำนวนมากก็คว้ามือถือขึ้นมาบันทึกภาพมิวสิควิดีโอที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้ เพราะมันเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่พวกเขาจะได้อยู่ต่อหน้าตำนานที่มีลมหายใจ
เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ อาร์ไคฟ์ ทำให้ทีมงานและนักแสดงได้เข้าถึงเสียงบันทึกนานหกชั่วโมงในการพบกันระหว่างพี.แอล. แทรเวอร์สและทีมงานของ "Mary Poppins" ฉบับดั้งเดิม ในเสียงบันทึกนั้น ที่บันทึกตามคำยืนกรานของทราเวอร์สระหว่างวันที่ 5-10 เมษายน ปี 1961 เราได้ยินนักเขียนผู้นี้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ชัดเจนต่อทีมงานของดิสนีย์ ที่ประกอบไปด้วยนักแต่งเพลง ริชาร์ด เอ็ม. และโรเบิร์ต บี. เชอร์แมน, มือเขียนบท ดอน ดากราดี้และบิล โดเวอร์ หัวหน้าแผนกเรื่องราว (ผู้รับหน้าที่ผู้คอยดูแลแทรเวอร์สระหว่างการมาเยือนของเธอ)
เคลลี มาร์เซล มือเขียนบทร่วมของ "Saving Mr. Banks", ผู้กำกับจอห์น ลี แฮนค็อกและนักแสดงเจสัน ชวอร์ซแมน (ริชาร์ด เชอร์แมน), บี.เจ. โนวัค (โรเบิร์ต เชอร์แมน) และแบรดลีย์ วิทฟอร์ด (ดอน ดากราดี้) ได้ไปเยี่ยมชมวอลท์ ดิสนีย์ อาร์ไคฟ์ในต้นปี 2012 ซึ่งเป็นเวลาหลายเดือนก่อนที่จะถ่ายทำ "Saving Mr. Banks" นักแสดงและทีมงานของอาร์ไคฟ์ได้คุยถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี.แอล. แทรเวอร์ส ผู้เขียน "Mary Poppins" และทีมงานดิสนีย์ โดยได้ดูภาพถ่ายต่าง ๆ ของตำนานแห่งดิสนีย์ ที่นักแสดงจะต้องสวมบทและดูฟุตเตจจากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "Mary Poppins"
หลังจากได้บท "Saving Mr. Banks" มาแล้ว ดิสนีย์ สตูดิโอก็ได้ดึงข้อมูลอ้างอิงมาจากเอกสาร 500 หน้าจากการพัฒนา "Mary Poppins" จากร่างทรีทเมนต์ไปสู่บทภาพยนตร์ และการโต้ตอบระหว่างผู้มีบทบาทสำคัญต่องานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้

ในการจำลองดิสนีย์ สตูดิโอ, สวนสนุกดิสนีย์แลนด์และรอบปฐมทัศน์ของ "Mary Poppins" ที่กราวแมนส์ ไชนิส เธียเตอร์ตามลักษณะของพวกมันในต้นยุค 60 ทีมงาน "Saving Mr. Banks" ได้ดูภาพถ่ายกว่า 500 ภาพจากคอลเล็กชั่นห้องสมุดภาพของดิสนีย์ (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวอลท์ ดิสนีย์ อาร์ไคฟ์) ซึ่งรวมถึงภาพของทางเดินและออฟฟิศในสตูดิโอ, หน้าต่างร้านค้าในดิสนีย์แลนด์และภาพถ่ายทางอากาศ
แผนกศิลป์ของ "Saving Mr. Banks" ได้รับเชิญให้ร่วมงาน "D23 Presents Treasures of the Walt Disney Archives at the Ronald Reagan Presidential Library and Museum" ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการแสดงภาพการตกแต่งออฟฟิศอย่างเป็นทางการจริง ๆ ของวอลท์ ดิสนีย์ แผนกศิลป์ได้วัดขนาดและถ่ายภาพสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์จริง ๆ เหล่านั้นเพื่อนำมาสร้างแบบจำลองขึ้นมาใหม่ ซึ่งรวมถึงโต๊ะของวอลท์ ดิสนีย์ โต๊ะข้างและชั้นวางของ ทีมงานอาร์ไคฟ์ถึงกับหาป้ายที่เหมาะสมกับยุคสมัยนั้นจากอาคารแอนิเมชั่นของดิสนีย์ สตูดิโอ ซึ่งแผนกศิลป์ได้อ้างถึงในตอนที่จำลองทางเดินในอาคารขึ้นมา
ในอาร์ไคฟ์ แผนกศิลป์ของ "Saving Mr. Banks" ได้ศึกษาภาพถ่ายออฟฟฟิศจริง ๆ และออฟฟิศอย่างเป็นทางการของวอลท์ ดิสนีย์ ในช่วงปลายยุค 60 ในตอนที่เดฟ สมิธ ผู้ก่อตั้งวอลท์ ดิสนีย์ อาร์ไคฟ์ได้วัดขนาดและจดรายละเอียดสิ่งของในออฟฟิศแห่งประวัติศาสตร์นั้น
เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ อาร์ไคฟ์ ได้เก็บรวบรวมภาพของของที่ระลึกกว่า 150 ชิ้น ซึ่งรวมถึงคู่มือแนะนำของที่ระลึกจากดิสนีย์แลนด์ในยุคนั้น, โปสการ์ด, แคตตาล็อกสินค้า, กระดาษบันทึกและบัตรเชิญร่วมงานรอบปฐมทัศน์ ให้ทีมงานได้ใช้ประโยชน์
งานอาร์ตเวิร์ค 124 ชิ้นที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1961-1964 รวมถึงภาพสเก็ตช์สตอรีบอร์ด, ภาพวาดคอนเซ็ปต์, ภาพวาดฉาก, ภาพออกแบบชุดและภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์ ได้ถูกนำมาให้ทีมงานของ "Saving Mr. Banks" ได้ดูด้วย
อาร์ไคฟ์ได้ให้ทอม แฮงค์ ได้ดูฟุตเตจอ้างอิงเกี่ยวกับวอลท์ ดิสนีย์ ซึ่งรวมถึงการสัมภาษณ์ปี 1963 กับเฟลทเชอร์ มาร์เคิล สำหรับแคนาเดียน บรอดคาสต์ คัมปะนี มีผู้กล่าวว่าการสัมภาษณ์ครั้งนั้นเป็นภาพสะท้อนที่ตรงกับความจริงมากที่สุดในการที่วอลท์ ดิสนีย์อธิบายถึงผลงานและหลักความคิดของเขา
วอลท์ ดิสนีย์ อาร์ไคฟ์คอยตอบคำถามจากทีมงานและนักแสดงทุกวันในรอบสัปดาห์ ซึ่งคำถามต่าง ๆ ก็รวมถึง "บริษัทเครื่องดื่มไหนที่ทำสัญญาวางสินค้าที่ดิสนีย์แลนด์ในปี 1961," "ที่ตั้งของร้านอาหารและร้านขายของตามเมน สตรีท, อเมริกาในดิสนีย์แลนด์อยู่ที่ไหน" และ "วอลท์ ดิสนีย์ ออกรายการโทรทัศน์ An Adventure in the Magic Kingdom ในวันที่เท่าไหร่"
รางวัลดิสนีย์ อคาเดมี อวอร์ดบางรางวัลได้รับการหยิบยืมมาจากชั้นวางแสดงที่วอลท์ ดิสนีย์ เวิลด์ รีสอร์ท เพื่อประดับฉากออฟฟิศของวอลท์ ดิสนีย์ใน "Saving Mr. Banks"
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก






