14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า ขาดทุนยับคาตาราง Box Office 2017

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า

          เจ็บหนักขนาดหมอไม่รับเย็บ ! เปิดโผ 14 หนังแป้กแห่งปี 2017 ทำรายได้ขาดทุนย่อยยับ ทั้งเจ๊ง ทั้งเฟล สะบักสะบอมในสงครามรายได้หนัง Box Office

          ท่ามกลางข่าวถล่มรายได้บนทำเนียบ Box Office กันโครมครามของบรรดาหนังฟอร์มเล็กฟอร์มใหญ่จากหลากหลายสตูดิโอแถวหน้าแห่งวงการฮอลลีวูดในปี 2017 จะมีใครรู้บ้างไหมว่า ยังมีหนังอีกส่วนหนึ่งที่ทั้งทีมผู้สร้างและทีมนักแสดงเองก็ต้องการความสำเร็จทั่วโลกแบบนั้นเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะปัจจัยอะไร ไม่ว่าจะดวงซวยที่ต้องเข้าโรงชนกับหนังดังฟอร์มยักษ์ทั้งหลาย หรืออาจเป็นเพราะค่ายภาพยนตร์มีกำลังโปรโมทหนังได้ไม่มากเท่าเจ้าพ่อค่ายหนังแห่งวงการฮอลลีวูดอื่น ๆ ที่ทำให้หนังเหล่านั้นต้องขาดทุนย่อยยับและตกกระแสไปขนาดที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บางเรื่องนั้นเราก็ไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อหนังเลยจริง ๆ

          ในวันนี้กระปุกดอทคอมจึงรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ NME และเว็บไซต์ Digitalspy เผยให้เห็น 14 หนังขาดทุนย่อยยับทั้งเจ๊ง ทั้งแป้ก จนต้องกระอักเลือดกันบนศึกสังเวียน Box Office และถ้าอยากรู้ว่ามีชื่อหนังที่คิดไว้ในใจติดโผอยู่หรือไม่ ก็ไปชมรายชื่อทั้งหมดกันได้เลย !

          หมายเหตุ : รายได้ทั้งหมดอ้างอิงจากเว็บไซต์หลักของ Box Office โดยภาพยนตร์บางเรื่องไม่มีรายงานรายได้รวมทั่วโลกอย่างแน่ชัด เราจึงหยิบมาเพียงข้อมูลรายได้ในประเทศ (สหรัฐอเมริกา) เพียงเท่านั้น

Lost City of Z

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Lost City of Z Movie

ทุนสร้าง: 30 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ในประเทศ): 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ


          แม้จะติดโผเป็นหนึ่งในหนังยอดเยี่ยม การันตีคุณภาพจากนิตยสาร TIME แต่ท่าทางหนังผจญภัยจากเรื่องจริงของนักสำรวจชาวอังกฤษที่หายตัวไปอย่างลึกลับในป่าอเมซอน นำแสดงโดย พระเอกหนุ่ม ชาร์ลี ฮันแนม (Charlie Hunnam) จาก Pacific Rim จะไม่ค่อยถูกจริตคอหนังกันสักเท่าไรนัก หรืออีกสาเหตุที่ทำให้หนังต้องขาดทุนไปหลายสิบล้าน ก็อาจจะเป็นเพราะถูกคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง The Fate of the Furious หนังภาคต่อรถซิ่งสุดมันส์ขวัญใจคนทั่วโลกเข้าโรงชนจนเบียดจนกระแสตกไปอย่างน่าเสียดาย

All I See Is You

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก All I See Is You

ทุนสร้าง: 30 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ในประเทศ): 217,644 เหรียญสหรัฐ

          เทียบจากทุนสร้างแล้วถือเป็นรายได้ที่น่าใจหายมากเลยทีเดียว สำหรับหนังจากนักแสดงสาว เบลค ไลฟ์ลี่ (Blake Lively) จาก The Shallows และนักแสดงหนุ่ม เจสัน คลาร์ก (Jason Clarke) จาก Dawn of the Planet of the Apes เกี่ยวกับความรักของหญิงสาวตาบอดที่ค่อย ๆ มีความมั่นใจมากขึ้นหลังจากได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอและสามีเปลี่ยนไป แม้จะดูเป็นหนังรักที่น่าจะชวนหวานซึ้งได้ดีแต่กลับมีข่าวแว่วมาว่า ในรอบฉายเปิดตัวหนัง ณ งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต มีผู้ชมหลายคนทนรับชมหนังให้จบเรื่องไม่ได้ขนาดลุกออกจากโรงกลางคันกันเลยทีเดียว

The Promise


14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Promise

ทุนสร้าง: 90 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ในประเทศ): 8 ล้านเหรียญสหรัฐ


          หนังดราม่าอิงประวัติศาสตร์ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต้เมื่อปี 2016 แต่ได้ฤกษ์เข้าโรงฉายในอเมริกาเมื่อปี 2017 เกี่ยวกับเรื่องราวรักสามเศร้าของหนึ่งสาวและสองหนุ่มในระหว่างวิกฤติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนียน ช่วงยุคสมัยของจักรวรรดิออตโตมันปี 1914 และเป็นอีกครั้งที่คอหนังชาวอเมริกาดูจะไม่อินกับเรื่องราวน้ำเน่ารัก ๆ ใคร่ ๆ เท่าไรนักทำให้นักแสดงนำอย่าง ออสการ์ ไอแซค (Oscar Isaac), คริสเตียน เบล (Christian Bale) และ ชาร์ล็อตต์ เลอบง (Charlotte Le Bon) ต้องคอตกไปตาม ๆ กันเพราะหนังทำรายได้ในประเทศต่ำจนน่าใจหายมากจริง ๆ

Colossal

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Colossal

ทุนสร้าง: 15 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ในประเทศ): 3 ล้านเหรียญสหรัฐ


          หนังคอมเมดี้-ไซไฟ จากสาวคนดัง แอนน์ แฮททาเวย์ (Anne Hathaway) เล่าเรื่องราวชีวิตสุดป่วนที่บังเอิญได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตรูปร่างหน้าตาประหลาดที่บุกมายังโลกมนุษย์ ซึ่งเป็นหนังที่ได้รับคะแนนจากนักวิจารณ์บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes สูงถึง 80% แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะ การตลาด การโปรโมท หรือเป็นช่วงจังหวะอับโชคพอดี ที่ทำให้หนังต้องขาดทุนไปอย่างน่าประหลาดใจ

Rock Dog

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Rock Dog

ทุนสร้าง: 60 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ได้ประเทศ): 9.4 ล้านเหรียญสหรัฐ


          โปรเจคท์หนังแอนิเมชั่นคอมเมดี้ฟอร์มยักษ์ดูได้จากทุนสร้างกว่าหลายสิบล้านจากความร่วมมือของสองค่ายสองสัญชาติอย่าง Huayi Brothers (ประเทศจีน) และ Summit Premiere (ประเทศอเมริกา) ที่ว่ากันว่าเป็นหนังที่รวมเอา Kung Fu Panda กับ Zootropolis มายำรวมกันจนกระแสวิจารณ์นั้นหลายเป็นทางลบเสียส่วนใหญ่ แม้หนังจะได้ตัวนักแสดงชื่อดังอาทิ ลูค วิลสัน (Luke Wilson),เอ็ดดี้ อิสซาร์ด (Eddie Izzard) และเจ.เค. ซิมมอนส์ (J.K. Simmons) มาพากย์เสียงให้ก็ตาม

The Ottoman Lieutinant

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Ottoman Lieutenant

ทุนสร้าง: 40 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ในประเทศ): 240,978 เหรียญสหรัฐ


          หนังดราม่าสัญชาติอเมริกัน-ตุรกีของผู้กำกับ โจเซฟ รูเบน (Joseph Ruben) เจ้าของผลงาน The Stepfather หนังคัลท์สุดคลาสสิกแห่งยุค 90 เกี่ยวกับเรื่องราวความรักของพยาบาลสาวชาวอเมริกา (นำแสดงโดย เฮรา ฮิลมาร์ ผู้เข้าชิงรางวัล Edda จากบทบาทในภาพยนตร์ไอซ์แลนด์ The Quiet Storm) และนายทหารหนุ่มชาวตุรกี (นำแสดงโดย มิเคียล ฮิวส์แมน (Michiel Huisman) จาก Game Of Thrones ) ที่เปิดตัวในสัปดาห์แรกด้วยรายได้ต่ำกว่าทุนจนน่าตกใจเพียง 149,830 เหรียญสหรัฐ ซ้ำร้ายกระแสหนังยังดิ่งฮวบขนาดที่หนังสามารถทำรายได้ในสัปดาห์ที่สองได้แค่ 21,602 เหรียญสหรัฐ จนโดนเด้งออกโรงทั้ง ๆ ที่เพิ่งเข้าฉายไปเพียงสองสัปดาห์เท่านั้นเอง

Only the Brave

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Only The Brave Movie, Mongkol Major

ทุนสร้าง: 38 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ทั่วโลก): 23 ล้านเหรียญสหรัฐ


          ภาพยนตร์จากผู้กำกับ โจเซฟ โคซินสกี (Joseph Kosinski) เกี่ยวกับการทำงานของกลุ่มนักดับเพลิง ทีมแกรนิต เมาน์เทน ฮอตช็อตส์ ที่ต้องรับมือกับภัยไฟป่าครั้งใหญ่อันเป็นที่มาของความเสียสละ มิตรภาพ และวีรกรรมที่โลกต้องจารึก แม้หนังจะได้ตัวนักแสดงแนวหน้าของฮอลลีวูด อย่าง จอช โบรลิน (Josh Brolin) จาก Milk, ไมลส์ เทลเลอร์ (Miles Teller) จาก The Divergent Series, เจฟฟ์ บริดเจส (Jeff Bridges) จาก Crazy Heart, เทย์เลอร์ คิตช์ (Taylor Kitsch) จาก Lone Survivor และนักแสดงสาวสวยเจนนิเฟอร์ คอนเนอรี (Jennifer Connelly) จาก A Beautiful Mind มาเป็นตัวชูุโรง แต่ดูท่าเรื่องราวจะไม่ซึ้งกินใจหรือไม่น่าสนใจพอสำหรับคอหนังทั่วไปเลยจริง ๆ (คลิกอ่าน: 19 เกร็ดระอุ Only the Brave สู่หนังหายนะกินใจแห่งปี)

King Arthur: Legend of the Sword

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก King Arthur: Legend of the Sword

ทุนสร้าง: 175 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ทั่วโลก): 148 ล้านเหรียญสหรัฐ


          เป็นที่ยืนยันแล้วว่าความสำเร็จจากหนังชุด Sherlock Holmes ที่ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น ไม่ได้ช่วยการันตีความดีงามในผลงานของผู้กำกับ กาย ริชชี่ (Guy Ritchie) เลยแม้แต่น้อย ด้วยการที่เจ้าตัวตัดสินใจหยิบตำนานสุดคลาสสิกของกษัตริย์อาเธอร์ แห่งเกาะอังกฤษมายำรวมมิตรเป็นหนังแอ็คชั่นไซไฟ-แฟนตาซี เน้นสงครามบู๊บุ๋นแล้วทอดทิ้งเรื่องราวต้นฉบับจนทุกคนส่ายหัวกันไปทั้งบาง ถือเป็นความล้มเหลวผิดพลาดที่จะฝากรอยแผลไว้ให้ ชาร์ลี ฮันแนม (Charlie Hunnam) นักแสดงผู้รับบทนำต่อไป เพราะนี่ก็เป็นหนังเรื่องที่สองของเขาแล้วที่ติดทำเนียบหนังเจ๊งแห่งปี

Monster Trucks

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Monster Trucks Movie

ทุนสร้าง: 125 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ทั่วโลก): 64 ล้านเหรียญสหรัฐ


          สิ่งที่น่าแปลกใจไปมากกว่าการที่หนังขาดทุนไปมากกว่าครึ่ง คงจะเป็นจำนวนเงินของทุนหนังที่ดูจากตัวอย่างยังไง ก็ไม่น่าจะใช้ทุนสูงถึง 125 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยหนังคอมเมดี้จากค่ายดังพาราเมาท์ เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มวัยไฮสคูลที่พบว่ารถบิ๊กฟุตที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองมีสิ่งมีชีวิตลึกลับแฝงตัวอาศัยอยู่ทำให้การผจญภัยสุดประหลาดของเขาได้เริ่มต้นขึ้น หนังได้ตัว ลูคัส ทิล (Lucas Till) หนุ่มหน้าใสจาก X-Men มารับบทนำ ซึ่งแม่ยกก็คงต้องไปพิสูจน์กันเอาเองว่า ทำไมหนังถึงได้เจ๊งไม่เป็นท่าขนาดนี้ (อ่านเพิ่มเติม: Lucas Till ประวัติ หนุ่มน้อยนัยน์ตาหวาน จากเรื่อง X-Men)

The Space Between Us

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Space Between Us

ทุนสร้าง: 30 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ทั่วโลก): 14 ล้านเหรียญสหรัฐ


         ถึงรักของเราจะอยู่ห่างกันแค่ดาวอังคาร แต่รายได้หนังกลับอยู่ห่างทุนสร้างไกลไปอีกเท่าตัว ! สำหรับผลงานของผู้กำกับ ปีเตอร์ เชลสัม (Peter Chelsom) ร่วมด้วยนักแสดงพระนางหน้าใส อัสซ่า บัตเตอร์ฟิลด์ (Asa Butterfield) จาก Hugo และ บริตทานีย์ โรเบิร์ตสัน (Brittany Robertson) จาก Tomorrowland ที่หลายกระแสต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่ไม่ใช่หนังไซไฟอย่างที่หนังจั่วหัวเอาไว้ แต่เป็นหนังรักโรแมนติกที่มีสถานที่เดินเรื่องส่วนหนึ่งในอวกาศต่างหาก

A Cure for Wellness

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก A Cure For Wellness, 20th Century Fox

ทุนสร้าง: 40 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ทั่วโลก): 26 ล้านเหรียญสหรัฐ


         ถือเป็นหนังที่แทบจะทำเอาบารมีที่ผู้กำกับ กอร์ เวอร์บินสกี้ (Gore Verbinski) สั่งสมมาจากหนังชุด Pirates of the Caribbean แทบจะเลือนหายไป แถมยังพาหนุ่ม เดน ดีฮาน (Dane DeHann) นักแสดงดาวรุ่งจาก The Amazing Spider-Man และ Valerian and the City of a Thousand Planets เกือบสะดุดเส้นทางนักแสดงในวงการม่านแดงไปด้วย กับหนังระทึกขวัญกึ่งจิตวิทยาเกี่ยวกับเรื่องราวลึกลับรวมไปถึงปริศนาความลับภายในศูนย์วิจัยและบำบัดเพื่อฟื้นฟูสุขภาพในเทือกเขาแอลป์ สถานที่ที่ความจริงของความลับที่ว่าจะแปรเปลี่ยนให้ผู้บริหารหนุ่มต้องกลายเป็นผู้ถูกบำบัดเสียเอง

Tulip Fever

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Tulip Fever

ทุนสร้าง: 25 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ทั่วโลก): 8.3 ล้านเหรียญสหรัฐ


         ก็ไม่รู้ว่านี่เป็นปีชงของหนุ่ม เดน ดีฮาน (Dane DeHann) ที่ผลงานหนังของเขานั้นขาดทุนยับเป็นเรื่องที่สอง หรือไม่ก็เป็นเพราะเรื่องราวความรักต้องห้ามของพระเอกนางเอกในดงตลาดทิวลิป ณ ประเทศฮอลแลนด์ ที่พล็อตน้ำเน่าและซ้ำซากจนพาให้นักแสดงร่วมมากฝีมืออย่างสาว อลิเซีย วิกันเดอร์ จาก The Danish Girl ดิ่งลงเหวเพราะผู้ชมคงโบกมือบ๊ายบายกันไปตั้งแต่ได้ดูตัวอย่างหนังกันเลยทีเดียว

Live by Night

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Live By Night

ทุนสร้าง: 65 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ทั่วโลก): 22 ล้านเหรียญสหรัฐ

          ทำเอาพ่อแบทแมนหนุ่ม เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) ของเราต้องชอกช้ำจนแทบจะกระอักเลือดกันเลยทีเดียว เพราะขนาดเจ้าตัวทั้งทุ่มเทและทุ่มทุนเป็นทั้งโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ ผู้เขียนบท และนักแสดงนำของเรื่อง ล้มเหลวขนาดหนักจากทุนสร้างสูงถึง 65 ล้านเหรียญสหรัฐรวมไปถึงค่าโปรโมทโฆษณาออกสื่อต่าง ๆ อีกกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่โปรเจคท์หนังแอ็คชั่น-อาชญากรรมในฝันกลับทำรายได้เพียงแค่ต้น ๆ 20 ล้านเหรียญสหรัฐเพียงเท่านั้น (อ้างอิงจาก: เว็บไซต์ Variety)

The House

14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The House Movie

ทุนสร้าง: 40 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้ (ทั่วโลก): 34 ล้านเหรียญสหรัฐ


          ขนาดได้ตัวเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลกอย่าง วิลล์ เฟอร์เรลล์ (Will Ferrell) และ เอมี่ โพห์เลอร์ (Amy Poehler) มาร่วมประชันบทบาทเสียงฮากันตลอดทั้งเรื่องก็ยังไม่ช่วย อีกทั้งมุขตลกก็คงมีเพียงแฟน ๆ ชาวอเมริกันเป็นส่วนใหญ่เท่านั้นที่จะเข้าใจและสนุกไปกับหนังด้วย ดูได้จากรายได้ในประเทศที่ทำไปได้ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่หนังสามารถทำรายได้ในต่างประเทศเพียง 8.6 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ถือว่าหนังยังไม่เจ๋งและฮิตมากพอที่จะทำเงินคืนทุนสร้างอยู่ดี

          แม้หนังทั้งหมดที่เรายกมาให้จะถูกตราหน้าว่าเป็นหนังเจ๊งแห่งปี 2017 แต่ก็เป็นการอ้างอิงจากจำนวนเงินที่หนังทำได้และไม่เกี่ยวข้องกับคำวิจารณ์แง่ลบที่มีต่อหนังแต่อย่างใด คุณผู้อ่านทุกคนก็อย่าลืมไปพิสูจน์กันด้วยล่ะว่า หนังในทำเนียบเหล่านี้จะแย่ จะแป้กจริงอย่างที่รายได้การันตีออกมาหรือเปล่า เพราะไม่แน่ว่า อาจมีหลาย ๆ เรื่องที่ถูกจริตรสนิยมการดูหนังของคุณก็เป็นได้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
14 หนังเจ๊งขั้นโคม่า ขาดทุนยับคาตาราง Box Office 2017 โพสต์เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 13:40:22 29,347 อ่าน
TOP