x close

10 หนังเล่นกับเวลา สนุกครบรส ต้อนรับ TENET ผลงานล่าสุด คริสโตเฟอร์ โนแลน

           รวมหนังเล่นกับเวลา ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ย้อนไปย้อนมา แต่สนุกสนานครบรส บอกเลยคอหนังตัวจริงไม่ควรพลาดสักเรื่อง !! 

            ปล่อยตัวอย่างแรกและโปสเตอร์ฉบับภาษาไทยออกมาแล้ว สำหรับ เทเน็ท (TENET) หนังเรื่องใหม่ล่าสุดของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน [อ่านเพิ่มเติมได้ที่: เผยโฉมตัวอย่าง TENET หนังใหม่ คริสโตเฟอร์ โนแลน] โดยงานนี้ขนทัพนักแสดงดังมาคับคั่ง ทั้ง จอห์น เดวิด วอชิงตัน, อารอน เทย์เลอร์ จอห์นสัน, โรเบิร์ต แพททินสัน และอีกมากมาย ซึ่งถึงแม้จะยังไม่เปิดเผยเนื้อหาชัดเจน แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเกี่ยวข้องกับ "เวลา" ซึ่งเป็นจุดเด่นของหนังโนแลนแน่นอน ฉะนั้นเพื่อเป็นการต้อนรับหนังใหม่น่าดูเรื่องนี้ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงรวบรวมหนังที่เกี่ยวข้องกับเวลา ตัดฉากย้อนไปย้อนมา จนทำคนดูงงแต่ก็สนุกครบรสมาฝาก ถ้าหากอยากรู้ว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง ก็เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วตามมาดูกันได้เลยค่ะ 

1. Inception (2010)

หนัง Inception

Warner Bros.

          หากพูดถึงหนังที่เล่นกับเวลาและตัดสลับซับซ้อน จนทำคนดูงงเป็นไก่ตาแตก เชื่อว่า Inception ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน คงยืนหนึ่ง เพราะเรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องราวคู่ขนานของโลกแห่งความจริง โลกแห่งความฝัน และโลกแห่งความฝันซ้อนฝันอีกที โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ ดอม คอบบ์ (รับบทโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) หัวขโมยที่มีความสามารถในการดึงความลับล้ำค่าจากจิตใต้สำนึกของคนในระหว่างสภาวะความฝัน แต่ถึงแม้จะเก่งกาจสักแค่ไหน เขาก็พลาดท่าและสูญเสียทุกอย่างไป ทว่าโลกก็ไม่ได้โหดร้ายเสียทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้วเขาได้รับโอกาสใหม่ ให้ลองทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จ โดยภารกิจที่ว่านั้นก็คือ การเข้าไปปลูกฝังความคิดแทนการขโมยไอเดียนั่นเอง 

2. About Time (2013)

หนัง About Time

Universal Pictures

          หนังโรแมนติก คอมเมดี้ ที่บอกเล่าเรื่องราวของ ทิม เลค (โดห์นัลล์ กลีสัน) ชายหนุ่มวัย 21 ที่เพิ่งค้นพบว่า ผู้ชายในตระกูลเขาสามารถเดินทางย้อนเวลาได้ แต่เฉพาะกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วในชีวิตเขาเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ งานนี้เขาเลยตั้งใจจะใช้ความสามารถพิเศษนี้เพื่อหาแฟนให้ตัวเองสักคน แต่ก็ต้องพบว่าทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่าง และทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีผลกระทบตามมาเสมอ บอกเลยว่าเป็นหนังที่สนุกสนานครบรส และสอนให้เราใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ถ้าหากใครยังไม่ได้ดู ควรรีบหามาดูจริง ๆ 

3. Edge of Tomorrow (2014)

หนัง Edge of Tomorrow

Warner Bros.

           Edge of Tomorrow เป็นเรื่องราวในโลกอนาคต ที่มนุษย์ถูกรุกรานโดยเผ่าพันธุ์เอเลี่ยน จนทำให้ นาวาตรี บิล เคจ (รับบทโดย ทอม ครูซ) เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่ไม่เคยสู้รบมาก่อน ถูกบังคับให้เข้าร่วมภารกิจเสี่ยงตายเพื่อปกป้องโลก ซึ่งก็แน่นอนว่าเพียงแค่ลงสนามไม่กี่นาที เขาก็ถูกฆ่าตายทันที ทว่าดันมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อเขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยฟื้นขึ้นมาในวันก่อนจะเข้าสู่สนามรบ จนทำให้เขาต้องต่อสู้และตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ติดวนลูปอยู่อย่างนั้นไม่จบไม่สิ้น แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี เพราะจากประสบการณ์แต่ละครั้ง ก็ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น จนเริ่มกลับมามีความหวังว่าจะกอบกู้โลกได้

4. Cloud Atlas (2012)

หนัง Cloud Atlas

Warner Bros.

           หนังที่สร้างมาจากนิยายขายดีที่เขียนโดย เดวิด มิทเชล เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นว่าการกระทำหนึ่งมีผลมาจากอดีต และส่งต่อถึงปัจจุบันและอนาคตอย่างไร โดยเนื้อหาจะบอกเล่าเรื่องราวต่างยุค ต่างสมัย โดยมีทั้งหมด 6 ช่วงเวลา ไล่ตั้งแต่สมัยการเดินเรือในมหาสมุทรมาจนถึงสมัยหลังอารยธรรมล่มสลาย ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจะมีความเชื่อมโยงกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นการพัฒนาของแต่ละตัวละคร โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การตัดต่อแบบสลับย้อนไปย้อนมา เพื่อให้คนดูรู้สึกซับซ้อนและร่วมลุ้นระทึกไปด้วยกัน

5. Memento (2001)

หนัง Memento

เฟซบุ๊ก Memento

          ผลงานชิ้นเอกของผู้กำกับชื่อดัง คริสโตเฟอร์ โนแลน เล่าเรื่องราวของ ลีโอนาร์ด เชลบี้ (รับบทโดย กาย เพียร์ซ) ชายที่ต้องการแก้แค้นและตามหาคนที่ข่มขืนและฆ่าภรรยาของเขา ทว่าโชคไม่เข้าข้าง เพราะเขาดันมีอาการสูญเสียความทรงจำระยะสั้น หลังจากได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ จึงต้องหาทางแก้ไขด้วยการถ่ายรูปและจดบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้ รวมถึงสักที่ร่างกายเพื่อป้องกันการลืมด้วย แต่ไฮไลต์ที่เด็ดสุดที่ทำให้หนังเรื่องนี้ได้รับคำชื่นชมอย่างท่วมท้นและเป็นที่พูดถึงกันปากต่อปากก็คือ การเล่าเรื่องราวที่สลับซับซ้อน ไม่เรียงลำดับ เพื่อให้เราเห็นภาพเดียวกับสิ่งที่อยู่ในหัวของตัวละคร และร่วมไขปริศนาไปด้วยกันนั่นเอง 

6. Shutter Island (2010)

Shutter Island

เฟซบุ๊ก Shutter Island

          อีกหนึ่งหนังที่เล่นกับเวลาและความซับซ้อนได้เป็นอย่างดี ต้องยกให้กับ Shutter Island ที่เล่าเรื่องราวของสองตำรวจ เท็ดดี้ แดเนียลส์ (รับบทโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) และชัค โอล (รับบทโดย มาร์ค รัฟฟาโล) ผู้ต้องเดินทางไปยังเกาะนอกชายฝั่ง ซึ่งเป็นทั้งโรงพยาบาลและที่คุมขังฆาตกรโรคจิต เพื่อสืบสวนเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของนักโทษคนหนึ่ง จนทำให้พวกเขาได้เจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาด ปริศนา และเงื่อนงำน่าสงสัยทั้งจากจิตแพทย์และคนไข้ ทว่ายิ่งเขาล้วงลึกลงไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกบีบให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาพยายามปกปิดและตามหลอกหลอนมากขึ้นเท่านั้น

7. Looper (2012)

Looper

เฟซบุ๊ก Looper

          หนังแอ็คชั่น-ไซไฟ ที่เล่นกับเวลาได้อย่างไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “เมื่อคนที่เราต้องฆ่า คือตัวเราเองในอนาคต” บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกอนาคตราวปี 2044 ของ โจ (รับบทโดย โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์) ชายหนุ่มที่ทำงานให้กับแก๊งมาเฟียในโลกอนาคต โดยรับหน้าที่เป็นมือสังหาร หรือเรียกว่า “ลูเปอร์” คอยจัดการเป้าหมายที่ถูกส่งตัวย้อนเวลากลับมาแบบไม่ให้เหลือซาก แต่แล้ววันหนึ่งเป้าหมายที่ถูกส่งกลับมากลายเป็นตัวเขาเองในอนาคต (รับบทโดย บรูซ วิลลิส) งานนี้ทั้งสองจึงต้องร่วมมือกัน เพื่อค้นหาว่าทำไมพวกเขาถึงกลายเป็นเป้าหมายของแก๊งมาเฟีย โดยที่ต่างคนต่างก็มีเรื่องราวส่วนตัวและมีความขัดแย้งกันอยู่เรื่อย ๆ

8. The Matrix (1999)

The Matrix

เฟซบุ๊ก The Matrix

          คงไม่มีใครไม่รู้จักหนังแอ็คชั่น-ไซไฟแห่งยุคอย่าง The Matrix เพราะเป็นหนังที่สนุกขึ้นหิ้ง แถมชื่อเสียงยังโด่งดังระดับตำนาน โดยเนื้อหาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทำสงครามอันยาวนานระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเครื่องจักรชนะทุกครั้ง จึงจับมนุษย์ไปจองจำและใช้งาน พร้อมทั้งสร้างโลกปลอมให้ใช้ชีวิต คล้ายกับมิติคู่ขนาน รอวันถอดปลั๊กให้กลับมาสู่โลกจริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีคนที่รู้ตัวและหลบหนีออกมาได้ ซึ่งความหวังเดียวของพวกเขาก็คือผู้ปลดปล่อยตามคำทำนาย ทำให้ ทรีนิตี้ (แคร์รี-แอนน์ มอสส์) หนึ่งในคนที่หนีออกมา ตัดสินใจเดินทางกลับเข้าไปในโลกปลอมอีกครั้งเพื่อตามหาเขา แล้วก็ได้พบว่า นีโอ (รับบทโดย คีอานู รีฟส์) คือคนคนนั้น

9. Source Code (2011)

Source Code

เฟซบุ๊ก Source Code

          หนังเกี่ยวกับเวลาที่แปลกใหม่และยอดเยี่ยมเรื่องนี้ เล่าเรื่องราวของ โคลเตอร์ สตีเว่นส์ (รับบทโดย เจค จิลเลนฮอล) กัปตันหนุ่มที่ตื่นขึ้นมาในร่างของชายคนหนึ่ง บนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าไปชิคาโก แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร รถไฟก็เกิดเหตุระเบิดและทำให้ทุกคนเสียชีวิต จากนั้นเขาก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องปฏิบัติการ Source Code จึงได้รับรู้ความจริงว่า เขากำลังทำงานให้กับโครงการลับของรัฐบาลเพื่อเสาะหาต้นตอ สาเหตุ และเบื้องหลังของเหตุการณ์วินาศกรรมบนรถไฟครั้งนี้ โดยเขาจะมีเวลาในการย้ายร่างและสวมรอยเป็นคนอื่นแค่เพียง 8 นาที ซึ่งในช่วงเวลานั้น ๆ ก็ทำให้เขาได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง รวมถึงได้ตกหลุมรักหญิงสาวที่รู้จักกับคนที่เขาเข้ามาสวมรอยด้วย

10. The Butterfly Effect (2004)

The Butterfly Effect

เฟซบุ๊ก The Butterfly Effect

          เรื่องราวของ อีแวน (รับบทโดย แอชตัน คุชเชอร์) ชายหนุ่มที่ชีวิตกำลังไปได้ดี แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้ชีวิตเขาพลิกผัน มีความทรงจำอันเลวร้ายฝังใจ และมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงเมื่อถูกเร้าจากความทรงจำในอดีต ทว่าสิ่งที่น่าสนใจที่สุด คือ อาการนี้มาพร้อมกับความสามารถในการย้อนเวลา ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาและชีวิตคนอื่นได้ เขาจึงใช้มันโดยไม่เคยคิดเลยว่าการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในอดีต จะสร้างผลกระทบต่อปัจจุบันและอนาคตได้อย่างไรบ้าง บอกเลยแม้ว่าจะไม่ใช่หนังที่เพอร์เฟกต์มาก แต่ก็สนุกสนานและน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
           เป็นอย่างไรบ้างคะ ดีงาม น่าดูทุกเรื่องเลยใช่ไหม บอกเลยว่าใครยังไม่ได้ดูเรื่องไหน ให้รีบตามไปหาดูด่วน ไม่งั้นจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องนะ อ้อ ส่วนสำหรับหนังใหม่ เทเน็ท (TENET) ที่กำลังจะเข้าฉายเร็ว ๆ นี้ มีกำหนดไว้ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2020 อย่างไรแฟนคลับโนแลนก็อดใจรอกันสักนิด อีกไม่นานเท่าไหร่ก็ได้รับชมกันแล้วค่ะ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
10 หนังเล่นกับเวลา สนุกครบรส ต้อนรับ TENET ผลงานล่าสุด คริสโตเฟอร์ โนแลน โพสต์เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 16:19:26 27,994 อ่าน
TOP